posttoday
ปัญหาส่งออกไทย ทำอย่างไรจะกลับมาโต?

ปัญหาส่งออกไทย ทำอย่างไรจะกลับมาโต?

26 กุมภาพันธ์ 2559

โดย เจษฎา สุขทิศ, CFA &ชยนนท์ รักกาญจนันท์, AFPT INFINITI Global Investors, The Ultimate Investment Solution

โดย เจษฎา สุขทิศ, CFA &ชยนนท์ รักกาญจนันท์, AFPT INFINITI Global Investors, The Ultimate Investment Solution

เราเพิ่งได้เห็นตัวเลข GDP ของไทยทั้งปี 2558 จาก สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. กันไป โดย GDP ประเทศไทย ไตรมาส 4/2588 ขยายตัวได้ 2.8% เทียบกับ 2.9% ในไตรมาสก่อนหน้า ถือว่าชะลอตัวลงเล็กน้อย สรุปทั้งปี 2558 GDP ไทย โตที่ 2.8% สูงกว่าปี 2557 ที่โตเพียงแค่ 0.8% ถ้าจะถามว่าผิดหวังหรือไม่ ก็คงต้องบอกว่า ไม่เกินวิสัยที่นักวิเคราะห์ และนักเศรษฐศาสตร์มองมาก่อนหน้านี้นะครับ ไปลองดูมุมมองของ INFINITI Global Investors กันบ้างว่า คิดเห็นอย่างไร

เจษฎา : ที่พอจะทำให้เราสบายใจได้บ้างก็คือ เศรษฐกิจยังขยายตัวเป็นบวก แปลว่า เรายังเจอภาวะเศรษฐกิจถดถอยนะครับ อาจจะโตได้น้อยกว่าเป้าเล็กน้อย แต่ก็ถือว่าโตกว่าปีก่อน ซึ่งก็ต้องมาดูกันข้างใน GDP อีกทีว่า โตจากส่วนไหน และส่วนไหนที่ลดลง

ชยนนท์ : รายงานจากสำนักยุทธศาสตร์และการวางแผนเศรษฐกิจมหภาค ฉบับวันที่ 15 ก.พ. ที่ผ่านมา มีเขียนอธิบายไว้อย่างละเอียดนะครับว่า โตจากส่วนไหน และส่วนไหนที่ลดลง ผมขอยกบางประเด็นที่น่าสนใจมาคุยกันวันนี้ ซึ่งก็คือ เรื่องการส่งออก ที่ติดลบมา 3 ปีซ้อน โดยปี 2558 ที่ผ่านมา ติดลบไปอีก -5.6% หลักๆก็เพราะ Global Trade ตอนนี้ก็ชะลอตัว จากการที่เศรษฐกิจจีนโตได้ช้าลง ตลาดหลักๆของเราอย่าง จีน ญี่ปุ่น ยุโรป แข่งกันอ่อนค่าเงินตัวเอง คู่ค้าก็เลยส่งออกสินค้าไปหาเขาลำบากขึ้นแน่นอน

เจษฎา : อ้อ ตัวนี้เองสินะคุณแบงค์ ที่ฉุดตัวเลขGDP ไทยปีที่แล้วลงมาต่ำกว่าเป้าหมาย

ชยนนท์ : จริงๆ ตัวเลขอีกตัวที่น่าเป็นห่วงก็คือ การลงทุนภาคเอกชน ซึ่งปี 2558 ติดลบอยู่ -2.0% แสดงให้เห็นว่า เอกชนยังรอดูท่าทีความชัดเจนในหลายๆเรื่องด้วยกัน แต่ผมชวนดูเรื่องการส่งออกดีกว่า คุณเจท มองเห็นอะไรบ้าง

เจษฎา : เห็นการส่งออกติดลบแบบนี้ จริงๆแล้ว ตลาดส่งออกหลัก 3 ที่ คือ สหรัฐฯ ออสเตรเลีย และประเทศเพื่อนบ้านใน CLMV ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนการส่งออกทั้งหมด เกิน 27% นั้น ตัวเลขส่งออกทั้งปี 2558 ขยายตัว สวนทางการส่งออกไปยังภูมิภาคอื่นนะครับ อันนี้คือข่าวดีในข่าวร้ายนะ ว่าแต่มันมีปัจจัยลบแค่ที่คุณบอกมาแค่นั้นจริงหรอ?

ชยนนท์:ถ้าเราลองไปดูสินค้าหลักที่ไทยส่งออก เกือบๆ 90% เป็นสินค้าอุตสาหกรรม ซึ่งในนั้นเกือบๆครึ่งเป็นบริษัทข้ามชาติที่มาตั้งฐานการผลิตในประเทศนะครับ พวกโรงงานผลิตอิเล็กทรอนิกส์, ชิ้นส่วนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์, ยานยนต์ หรือเครื่องจักรอุปกรณ์ต่างๆ

เจษฎา : แบบนี้ไม่ดีนะครับ สาเหตุที่ผมบอกแบบนี้ ก็เพราะการผลิตและส่งออกพวกนี้ คือ ผลิตและส่งออกไปประกอบที่เมืองนอก ราคาขายนั้นมีกำไรค่อนข้างน้อยและบวกราคาได้ยาก ต่อรองกับคู้ค่าได้ยาก อีกอย่าง ประเทศอย่างมาเลเซีย และเวียดนาม ก็เป็นเป้าหมายที่นักลงทุนต่างชาติอยากไปตั้งฐานการผลิต เนื่องจาก เขาเพิ่งร่วมลงนามความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (Trans-Pacific Strategic Economic Partnership Agreement : TPP)เปิดเสรีการลงทุนระหว่างกันของ 12 ประเทศ  ที่มีสหรัฐฯเป็นหัวเรือใหญ่ มีเงื่อนไขว่า สินค้าหมวดเกษตรกรรม สิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม และอุตสาหกรรม จะมีการลดภาษีนำเข้า ตามเงื่อนเวลาและตามประเภทสินค่า ซึ่งทำให้ประเทศที่เข้าร่วม TPP มีความได้เปรียบกว่าไทยขึ้นมาทันที เห็นแบบนี้ ก็มีเสียวนะ

ชยนนท์ : เอาแง่ดีอีกเรื่องนะครับ ข้อมูลจาก TDRI ไปมองในมุมส่วนแบ่งการลงทุนในตลาดโลก ไทยเรามีสัดส่วนอยู่ที่ประมาณ 0.85-0.90% ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ถือว่ามี Market Share เยอะกว่า เวียดนามและมาเลเซียที่อยู่ที่ 0.65% และ 0.78% ตามลำดับ

เจษฎา : ประมาทไม่ได้นะครับ ถ้าส่งออกเรายังชะลอตัวปีนี้อีกปี ส่งออกของสองประเทศนี้อาจแซงเราก็ได้ ดังนั้น สิ่งที่เป็นปัญหาเร่งด่วนของไทยในภาคส่งออกก็คือ เราต้องทำให้สินค้าและบริการของเรามี Value Added มีมูลค่าเพิ่ม ต้องมีแบรนด์เป็นของตัวเอง แล้วค่อยส่งออกไปแข่งกับนานาประเทศ จากปกติรับจ้างผลิต อาจได้กำไรขั้นต้นราวๆ 10% ถ้ามีแบรนด์เป็นของตัวเองปั๊บ อาจสามารถเพิ่มกำไรขั้นต้นไปได้ถึง 30% ทีเดียว

ชยนนท์ : แสดงว่า ผู้ประกอบการไทย ต้องเปลี่ยนวิธีคิดและเปลี่ยนวิธีดำเนินธุรกิจพอสมควรเลยนะคุณเจท เมื่อตลาดโลกกำลังแข่งขันอย่างดุเดือด ผู้ประกอบการไทยเราก็ต้องปรับเปลี่ยนให้ทันกับโลกตามไปด้วย เห็นแบบนี้ ชักอยากให้ไทยเข้าร่วม TPP ด้วยแล้วสิ

เจษฎา : เชื่อว่าทีมเศรษฐกิจและรัฐบาลไทยก็กำลังศึกษาข้อดีข้อเสียอย่างจริงจังอยู่ครับ ถ้าเห็นว่ามีประโยชน์ต่อภาพรวมเศรษฐกิจจริงๆ คงมีข่าวประกาศออกมา แต่เอาเป็นว่า ถ้าอยากเห็นส่งออกไทยกลับมาโตได้ดี สิ่งที่คุณแบงค์บอก เรื่องการปรับเปลี่ยนวิธีคิด และวิธีดำเนินธุรกิจเนี่ย ถือว่าสำคัญอันดับหนึ่งเลย ที่จะชี้ชะตาการส่งออกไทยต่อจากนี้ไป ส่วนจะหวังว่า Global Trade และเศรษฐกิจโลกจะกลับมาขยายตัวได้ในปีนี้ ผมว่ายังเร็วไปที่จะคาดหวัง ปัญหามันอิรุงตุงนังเยอะพอสมควรเลย

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน