
เลือกตั้งใบเดียว
การจัดทำร่างรัฐธรรมนูญเพิ่งผ่านหลักไมล์สำคัญไปสดๆ ร้อนๆ คือ การเปิดสภาประชุมแม่น้ำ 3 สาย
โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย
การจัดทำร่างรัฐธรรมนูญเพิ่งผ่านหลักไมล์สำคัญไปสดๆ ร้อนๆ คือ การเปิดสภาประชุมแม่น้ำ 3 สาย ระหว่างคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา
เวทีดังกล่าวสมาชิก สปท.และ สนช.ต่างนำเสนอความคิดเห็นที่มีต่อเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญในหลายประเด็น เช่น ที่มานายกรัฐมนตรี วุฒิสภา อำนาจหน้าที่ขององค์กรอิสระ แต่มีประเด็นสำคัญที่ทั้งสองสภาแสดงความเป็นห่วงตรงกัน อย่างการเลือกตั้ง สส.ภายใต้ระบบจัดสรรปันส่วนผสม
สมาชิก สปท.และ สนช.มองคล้ายกันว่า ระบบการเลือกตั้ง สส.ดังกล่าวอาจเป็นปัญหา กล่าวคือจะทำให้ประชาชนไม่สามารถลงคะแนนเลือกบุคคลที่เป็น สส.ได้ตามเจตนารมณ์ของตัวเอง
เดิมทีจะใช้บัตรเลือกตั้งสองใบ โดยเวลาที่ประชาชนนิยมชมชอบตัวบุคคลจะสะท้อนผ่านการเลือก สส.ระบบเขต หรือถ้าชอบพรรคไหนก็จะลงคะแนนเลือก สส.บัญชีรายชื่อพรรคนั้น แต่ระบบที่ กรธ.ออกแบบกลับให้ประชาชนเลือก สส.บัญชีรายชื่อด้วยบัตรเลือกตั้ง สส.เขตเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ถ้าประเมินจากท่าทีของ กรธ.ทุบโต๊ะได้เลยว่าจะไม่มีการเปลี่ยนระบบเลือกตั้งเป็นอย่างอื่น เพราะ กรธ.ประกาศเป็นหลักการสำคัญว่าการเลือกตั้งระบบจัดสรรปันส่วนผสมจะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้การเมืองไทยเกิดความปรองดอง ทุกคะแนนที่ประชาชนออกมาใช้สิทธินั้น ไม่ว่าผู้สมัครคนนั้นจะชนะหรือแพ้ ล้วนแล้วแต่มีความหมายทั้งสิ้น คะแนนของคนชนะจะเป็นตัวกำหนด สส.เขต ส่วนคะแนนคนแพ้จะนำมาซึ่งจำนวน สส.บัญชีรายชื่อ
ขณะเดียวกัน ในเชิงเทคนิคแล้วหาก กรธ.จะลงมือเปลี่ยนระบบเลือกตั้ง สส.ไปเป็นอย่างอื่น ย่อมกระทบต่อการทำงานในภาพรวม เนื่องจากบทบัญญัติเกี่ยวกับการเลือกตั้ง สส.มีส่วนเชื่อมโยงกับเนื้อหาอื่นๆ ในร่างรัฐธรรมนูญหลายมาตรา ซึ่งอาจส่งผลให้ กรธ.ไม่สามารถทำงานได้ทันตามกำหนด 180 วัน ที่จะสิ้นสุดในช่วงปลายเดือน มี.ค.







