
อย่าอำเภอใจ
ช่วงเดือน เม.ย.ปีนี้ น่าติดตามการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงเป็นอย่างยิ่ง
โดย...ปริญญา ชูเลขา
ช่วงเดือน เม.ย.ปีนี้ น่าติดตามการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงเป็นอย่างยิ่ง เพราะอาจมีการโยกย้ายใหญ่ เนื่องจากรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ใช้อำนาจพิเศษ มาตรา 44 ลงเป็นประกาศราชกิจจานุเบกษา เกี่ยวกับคำสั่ง เรื่อง มาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ
สาระสำคัญ คือ อำนาจในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง 9-11 ทุกหน่วยงานขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรี ที่สำคัญยกเลิกกรอบอัตรากำลังชั่วคราว พร้อมกับมอบหมายสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เปิดตำแหน่งสำรองไว้ 50 อัตรา ไว้รองรับคำสั่งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง หรือเด้งไปเข้ากรุนั่นเอง
ทั้งนี้ รัฐบาล คสช.ต้องการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการตามอำนาจหน้าที่ในกฎหมาย ตลอดจนการขับเคลื่อนภารกิจสำคัญตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน การอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน การเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจ และการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะการสนองนโยบายเร่งด่วน อาทิ สู้ภัยแล้ง ยางพาราราคาตกต่ำ การแก้ปัญหาค้ามนุษย์ การปราบปรามกลุ่มผู้มีอิทธิพล หรือการผลักดันนโยบายประชารัฐ เป็นต้น
ดังนั้น จากนี้ไปการทำงานของข้าราชการระดับสูงต้องตื่นตัวกระตือรือร้น เพราะการใช้อำนาจแต่งตั้งโยกย้ายที่อยู่ในมือนายกรัฐมนตรีโดยตรง ที่สำคัญไม่อาจอุทธรณ์หรือต่อสู้คดีในชั้นศาลปกครองได้ หากเห็นว่าเป็นคำสั่งที่ไม่เป็นธรรม
จึงทุบโต๊ะว่า การใช้อำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในการแต่งตั้งโยกย้ายเพื่อสกัดข้าราชการเกียร์ว่าง เป็นเหมือนดาบสองคม ด้านหนึ่งรวดเร็วกระชับฉับไว แต่ด้านหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ต้องระมัดระวังการใช้อำนาจพิเศษด้วย เพราะอาจถูกมองว่าใช้อำนาจตามอำเภอใจ หากใช้อำนาจผิดพลาดไปจะทำลายระบบกฎเกณฑ์และขวัญกำลังใจข้าราชการเพราะไม่มีระบบอุทธรณ์ร้องทุกข์ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาได้ต่อสู้







