
ตั้งสติ-ตรวจสอบ ก่อนลงทุน
ก.ล.ต.เปิดเผยเคล็ดลับเพื่อการลงทุนด้วยความระมัดระวัง ในช่วงนี้ที่ตลาดหุ้นอยู่ในภาวะปรับตัวลดลง
โดย ปริย เตชะมวลไววิทย์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายงานเลขาธิการและสื่อสารองค์กร
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
ในช่วงนี้ที่ตลาดหุ้นอยู่ในภาวะปรับตัวลดลง เชื่อว่าผู้ลงทุนจำนวนไม่น้อย พยายามแสวงหาทางเลือกที่ได้ผลตอบแทนที่สูง จะหันไปฝากเงิน อัตราดอกเบี้ยเงินฝากก็อาจจะน้อยจนไม่จูงใจ การแสวงหาผลตอบแทนที่สูงนั้น เป็นสิ่งล่อใจมาก เพราะจะทำให้เงินเก็บของเรางอกเงยเร็ว แต่ต้องขอย้ำสักนิดว่า ผลตอบแทนที่สูงมักจะมาพร้อมความเสี่ยงที่สูงด้วย อย่างที่ผมได้เล่าไว้ในบทความครั้งที่แล้วว่า high risk นั้นคู่กับ high (expected) return และบางครั้งการลงทุนอาจจะเป็น high risk, no return ต้นหาย กำไรสูญก็ได้ถ้าไม่ระมัดระวังให้ดีโดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรณีที่ผลตอบแทนสูงเกินกว่าจะเป็นจริง
ก.ล.ต. ได้รับเรื่องร้องเรียนเป็นระยะ ๆ เกี่ยวกับการที่ผู้ลงทุนถูกชักชวนให้ไปลงทุนในสินทรัพย์บางอย่าง ซึ่งสัญญากันว่าจะให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าปกติทั่วไป ซึ่งสุดท้ายแล้วกลายเป็นการหลอกลวงหรือฉ้อโกงกัน ตัวอย่าง ที่พบเห็นอยู่บ่อย ๆ ก็จะเป็นพวกการชวนให้ไปลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์ (commodity) ทั้งหลายที่คุ้นเคยกันครับ เช่น น้ำมันดิบ หรือ อัตราแลกเปลี่ยน โดยสัญญาว่าจะให้ผลตอบแทนที่สูง เกินกว่าจะเป็นจริงชนิดที่เรียกว่า นึกไม่ออกเลยว่า จะไปลงทุนอะไรหนอที่จะได้กำไรสูงขนาดนี้
ยิ่งนานวันขึ้น รูปแบบวิธีชักชวนและการลงทุนก็ยิ่งจะมีการปรับเปลี่ยนให้ซับซ้อน แนบเนียน ดูน่าเชื่อถือยิ่งขึ้นครับอย่างเช่น อาจชวนให้ซื้อสินค้าโภคภัณฑ์ในวันนี้ ชำระเงินวันนี้เลย แต่อีกสองปีค่อยรับของ ระหว่างที่ยังไม่ได้ของก็ทยอยรับดอกเบี้ยสูง ๆ ไปก่อน พอครบสองปี ถ้าเลือกจะรับของ ก็มารับของไป แต่ถ้าไม่รับ เขาก็จะคืนเงินค่าสินค้าให้เต็มจำนวนดูเหมือนไม่มีอะไรจะเสีย มีแต่กำไร
ฟังดูดีนะครับ แต่ในชีวิตจริง ไม่มีอะไรได้มาง่าย ๆ ครับ ข้อเสนอที่ดีเกินจริง นอกจากจะเป็นไปไม่ได้ในทางธุรกิจแล้ว ส่วนใหญ่ตั้งใจมาหลอกลวง บางทีก็ไม่ได้นำเงินของเราไปลงทุนอะไรหรอกครับ แต่ใช้วิธีแบบแชร์ลูกโซ่คือ นำเงินลงทุนของคนที่ลงทุนทีหลัง ไปจ่ายเป็นผลตอบแทนหรือดอกเบี้ย แก่คนที่ลงทุนก่อน ต่อสายโซ่ไปเรื่อย ๆ แรก ๆ ก็ได้เงินดีอยู่ครับ ต่อ ๆ ไป ก็ชักจะขาดการติดต่อ ไม่ส่งเงินมา มาพบอีกที คนชวนหนีหายไปไหนเสียแล้ว การเกิดเหตุแต่ละครั้ง นอกจากผู้ลงทุนจะเสียหายแล้ว ยังเป็นภัยต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมอย่างยิ่งด้วยครับ
ตัวอย่างกรณีที่เคยมีผู้ร้องเรียนกับ ก.ล.ต. เป็นจำนวนมาก ก็อย่างเช่น การชักชวนให้ลงทุนในกองทุนสแตนดาร์ดมอร์แกน ที่ใช้เว็บไซต์และเฟซบุ๊คชักชวนหาสมาชิก โดยบอกว่ามีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ต่างประเทศและมีสาขาทั่วโลก มีผู้ร่วมลงทุนหลายพันคนทั่วประเทศไทยซึ่งกองทุนดังกล่าวและผู้ที่ชักชวนไม่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. แต่อย่างใด
เพื่อหลีกเลี่ยงภัยเหล่านี้ ผมมีเคล็ดลับเพื่อการลงทุนด้วยความระมัดระวังมาฝากครับ
ข้อแรก ต้องมีสติโปรดท่องไว้ในใจนะครับว่า ผลตอบแทนที่สูง มาพร้อมความเสี่ยงที่สูงเสมอ และยิ่งผลตอบแทนสูงเกินจริง ก็ยิ่งต้องระวังสุด ๆ เพราะจากประสบการณ์ ร้อยทั้งร้อย หลอกทั้งนั้นครับ
ข้อสอง ต้องตรวจสอบให้ละเอียดครับ ซึ่งไม่ใช่แค่เพียงตรวจสอบเอกสารการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทนะครับ การประกอบธุรกิจเฉพาะหลาย ๆ ประเภท ต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย เช่น กรณีการประกอบที่เกี่ยวกับธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ ก็ต้องได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย ก็สามารถสอบถามข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยได้ครับ
หากเป็นกรณีที่ท่านสงสัยว่าจะเป็นแชร์ลูกโซ่ ก็มีหน่วยงานที่คอยดูแลคือ ศูนย์รับแจ้งการเงินนอกระบบ สำนักนโยบายพัฒนาระบบการเงินภาคประชาชนสำนักงานเศรฐกิจการคลัง กระทรวงการคลังwww.1359.in.th หมายเลขโทรศัพท์ 1359
แต่ถ้าหากเป็นกรณีที่เกี่ยวกับหลักทรัพย์หรือธุรกิจหลักทรัพย์ เช่น มีคนมาชักชวนให้ไปลงทุนในกองทุนที่ลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศ ไปจองหุ้นของบริษัทหรือเหมืองต่างประเทศที่เปิดขายให้ผู้ลงทุนทั่วไป หรือมาเสนอขายหุ้นกู้แก่ผู้ลงทุนทั่วไป แบบนี้ต้องได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. เสียก่อน โดยท่านสามารถตรวจสอบข้อมูลการอนุญาตเว็บไซต์ของ ก.ล.ต. www.sec.or.th ทั้งข้อมูลการอนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์ รายชื่อผู้ประกอบธุรกิจและรายชื่อบุคคลที่ได้รับอนุญาต ตลอดจนข้อมูลรายชื่อบุคคลหรือนิติบุคคลที่มิใช่ผู้ประกอบธุรกิจภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. ที่มีผู้ลงทุนสอบถามเข้ามา หรือจะปรึกษากับเจ้าหน้าที่Help Center ของ ก.ล.ต. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1207 หรือ email: [email protected]ซึ่งให้บริการทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดก็ได้นะครับก.ล.ต. ยินดีให้ข้อมูลและคำแนะนำ เพื่อรักษาประโยชน์ของผู้ลงทุนครับ
“ก.ล.ต. ดูแลตลาดทุน เพื่อให้คุณมั่นใจ”







