
ยาวไป
จะได้ตั้งไหม “สมเด็จพระสังฆราช” ในยุครัฐบาลบิ๊กตู่
โดย...พะนะท่าน [email protected]
จะได้ตั้งไหม “สมเด็จพระสังฆราช” ในยุครัฐบาลบิ๊กตู่
คำตอบค่อยๆ ชัดเจนจากรัฐบาล หากยังมีความขัดแย้ง ตั้งแล้วเกิดการแตกแยกในหมู่ชาวพุทธ สังคม ประเทศต้องมาวุ่นวายซ้ำ ที่สำคัญทำให้ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท ก็จะไม่ทูลเกล้าฯ ถวายรายชื่อพระสังฆราชองค์ใหม่แน่
กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ประชุมลับเมื่อวันที่ 5 ม.ค. ลงมติเห็นชอบให้เสนอชื่อ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ มติดังกล่าวส่งผ่านตามลำดับไปที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มาถึงมือรัฐบาลปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
จะว่าเป็นเผือกร้อนในมือ “บิ๊กตู่” หรือไม่ ก็คงไม่ใช่ เพราะเป็นหน้าที่ที่รัฐบาลทุกชุดต้องปฏิบัติตามกฎหมาย และยึดหลักประเพณีที่เคยมีมา
หากเสนอชื่อมาถูกต้อง ไม่มีข้อครหา กับผู้ได้รับการเสนอชื่อ นายกฯ ก็คงทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อให้สถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20 ของกรุงรัตนโกสินทร์
ก่อนหน้านี้จับไต๋รัฐบาลไม่ถูก วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี พูดออกได้ทุกหน้าว่า ต้องเสนอชื่อ “สมเด็จช่วง” เพราะเป็นสมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ ถ้าไม่ตั้งท่านก็ไม่รู้จะตั้งใคร แต่เมื่อชื่อสมเด็จช่วงมาถึงรัฐบาลแล้วก็ชัดเจนว่า นายกฯ จะยังไม่ทูลเกล้าฯ ถวายชื่อสมเด็จช่วงฯ
คงจบอย่างที่วิษณุอธิบายว่า ในอดีตเคยมี “รักษาการพระสังฆราช” ยาวนานถึง 37 ปี ดังนั้นไม่ต้องไปตีความอย่างอื่น นั่นคือให้ “สมเด็จช่วง” ท่านทำหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชต่อ ปล่อยให้รัฐบาลชุดหน้าตัดสินใจแทน
ว่าไปแล้ว ปัจจุบันมีการตั้งรักษาการปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชมาได้ 11 ปีแล้ว ตอนนั้นเดือน ก.ค. 2547 ที่ประชุม มส.เขาแต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชแทน สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก หลังทรงประชวรมาตั้งแต่ปี 2545 โดยให้สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) เจ้าอาวาสวัดสระเกศ มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ ทำหน้าที่ยาวนานมาเกือบ 9 ปี
กระทั่งสมเด็จเกี่ยวมรณภาพลงเมื่อ 2 ปีที่แล้ว รวมอายุ 85 ปี สมเด็จช่วงได้รับแต่งตั้งเป็นประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ 1 ปี ก่อนจะได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราชมาครบอีก 1 ปี ปัจจุบันสมเด็จช่วงอายุ 90 ปี ขณะที่สมเด็จพระญาณสังวร พระสังฆราชองค์ก่อน ขณะสิ้นพระชนม์มีพระชันษาครบ 100 ปี
สมเด็จพระราชาคณะที่จะได้รับสถาปนาเป็นพระสังฆราช จะต้องได้รับการยอมรับ ศรัทธา ไม่มีข้อครหาทางคดีความ เมื่อปรากฏคดีรถหรูจดประกอบหนีภาษีที่การสอบสวนยังอยู่ใน
ดีเอสไอ ทั้งยังพัวพันกับวัดพระธรรมกายที่มีคดีมะรุมมะตุ้มมากมายทั้งของเก่าของใหม่จากสหโกงคลองจั่น ก็ต้องสะดุดไว้จนกว่าคดีต่างๆ จะพิจารณาเสร็จสิ้น
ฝ่ายธรรมกายคงต้องลุ้นให้พรรคเพื่อไทยกลับมาเป็นรัฐบาลอีกรอบ ถึงวันนั้นก็อาจทูลเกล้าฯ ถวายรายชื่อองค์สมเด็จพระสังฆราชก็ได้ เมื่อปัจจุบันศาสนจักรและการเมืองแนบแน่นเป็นเนื้อเดียวเพราะผลประโยชน์ การแผ่อิทธิพลบารมี
กฎหมายที่ว่าศักดิ์สิทธิ์ จึงเอาผิดคนที่ทุจริตไม่ได้...







