posttoday
หมดคำจะพูด

หมดคำจะพูด

08 มกราคม 2559

ไม่รู้ จะพูดอะไรดี เมื่อเห็นฐานที่มั่นลำดับท้ายๆ ของกลุ่มแพทย์ชนบท และเครือข่ายหมอประเวศ วะสี

โดย...คุณบ๊งเบ๊ง [email protected]

ไม่รู้ จะพูดอะไรดี เมื่อเห็นฐานที่มั่นลำดับท้ายๆ ของกลุ่มแพทย์ชนบท และเครือข่ายหมอประเวศ วะสี อย่างสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ถูกจัดการอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด เรียบร้อยโรงเรียนมาตรา 44 ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

เบ็ดเสร็จเด็ดขาด ก็เพราะเมื่อตำแหน่ง “ผู้ทรงคุณวุฒิ” ภาคประชาชนหายไป ก็จะทำให้สัดส่วนในบอร์ดถูกควบคุมโดย “ข้าราชการประจำ” ทันที ทำให้ท่อน้ำเลี้ยงตลอดจนฐานที่มั่นเคยอนุมัติเงินจำนวนมหาศาลให้เอ็นจีโอสูญสิ้นไป

มิหนำซ้ำ มาตรา 44 ยังไม่เปิดโอกาสให้ชี้แจง ไม่เปิดโอกาสให้อุทธรณ์ เพียงแต่บอกว่าให้ “ไปซะ” โดยที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับการ “ทุจริต” ติดตัวด้วยซ้ำ มีแค่ข้อสังเกตเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน

หลังจากนี้จึงขึ้นอยู่กับขุนทหารและข้าราชการประจำ ที่จะเข้ามาดูแลภาษีเหล้าบุหรี่ปีละ 4,000 ล้าน รวมถึงการเลือก “ซีอีโอ” ที่ภาคประชาชน (เครือข่ายราษฎรอาวุโส) ก็คงหมดโอกาสเลือกคนของตัวเองอย่างที่วางไว้

ชัดเจนว่าซีอีโอคนใหม่คงหนีไม่พ้นคนที่ทหารคอนโทรลได้ เพราะเงินสร้างเสริมสุขภาพปีหนึ่งไม่ใช่น้อยๆ

ส่วนแพทย์ชนบทรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ที่ “เป่านกหวีด” เชียร์ให้ “ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง” จนเบิกทางให้คุณประยุทธ์ทำรัฐประหารสำเร็จ วันนี้ทำอะไรไม่ได้นอกจากบ่นงึมงำ น้อยใจในชะตากรรมที่ไม่สามารถ “เข้าหาอำนาจ” ได้ และปล่อยให้อำนาจใหม่ยึดองค์กรที่สร้างกันมาเป็นสิบปีอย่างราบคาบ

สุดท้ายปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ก็เป็นการปฏิรูป สสส.แบบเหนือเมฆกว่า คือเขี่ยเครือข่ายเก่าทิ้งอย่างเหี้ยนเตียน หมดโอกาสตั้งตัว รวมถึงยังมีทีท่าจะลามไปยังองค์กรตระกูล ส. อย่าง สปสช.ที่มีหน้าที่ดูแลโครงการที่คุณประยุทธ์บริภาษถึงบ่อยๆ อย่าง “30 บาทรักษาทุกโรค” ด้วย

เจตนารมณ์อย่างหนึ่งของทั้ง สสส. และ สปสช. ก็คือทำให้ประชาชนมีอำนาจต่อรองในทรัพยากรมากขึ้น

เป็นหลักการเดียวกับ “ประชารัฐ” ที่ พล.อ.ประยุทธ์ พูดถึงมาตลอดก่อนหน้านี้ ซึ่งก็น่าเสียดายเหมือนกัน หากองค์กรทั้งสองจะกลับไปทำหน้าที่เหมือนหน่วยงานระดับกรมในระบบราชการ เพราะนั่นหมายความว่ารัฐบาลชุดนี้กำลังเขียนคำว่าประชารัฐด้วยมือและกำลังลบด้วยเท้า เพื่อทำให้ภาคประชาชนอ่อนแอลง เพราะที่ผ่านมาถูกกล่าวหาว่าใช้เงินฟุ่มเฟือย อุดมไปด้วยประโยชน์ทับซ้อน

ทางออกคือต้องบริหารโดยรัฐราชการ (โดยมีทหารควบคุม) เท่านั้น จึงจะใช้เงินได้ถูกวัตถุประสงค์มากที่สุด

ครับ หวังว่าบทเรียนครั้งนี้จะสอนให้แพทย์ชนบทรุ่นเก่ารุ่นใหม่ ตลอดจนเอ็นจีโอที่เป่านกหวีดทั้งหลายได้เรียนรู้ว่า ระบอบรัฐประหารนั้นไม่เคยเปิดโอกาสให้เกิดการมีส่วนร่วม ขณะเดียวกันจินตนาการเรื่อง “สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา” ที่ว่ารัฐ เอกชน และภาคประชาชน ช่วยกันเขยื้อนปัญหาใหญ่ๆ ให้ลุล่วง ก็ไม่มีอยู่จริงในระบอบนี้

เพราะที่กำลังเป็นอยู่ คือการเดินไปด้วยกันระหว่างรัฐบาล ข้าราชการ และกลุ่มทุน เพื่อขับเคลื่อนอะไรก็ไม่รู้ โดยประชาชนทำได้แต่นั่งมองตาปริบๆ เท่านั้น

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน