
ขอพรปี'59
ในวารดิถีขึ้นปีใหม่ 2559 ขอให้มิตรรัก “แฟนคอลัมน์เหนี่ยวไก” สุขกายสบายใจ ใช้ชีวิตอย่างพอเพียงตามอัตภาพ
โดย...e-ช้าน [email protected]
ในวารดิถีขึ้นปีใหม่ 2559 ขอให้มิตรรัก “แฟนคอลัมน์เหนี่ยวไก” สุขกายสบายใจ ใช้ชีวิตอย่างพอเพียงตามอัตภาพ ไม่ใช้เงินช็อปปิ้งฟุ้งเฟ้อสุรุ่ยสุร่ายจนเป็นหนี้สินล้นพ้นตัว
ปี 2559 ปีแห่งการลงทุนของรัฐบาล แต่ยังไม่มีใครคาดเดาได้ว่าจะผลิดอกออกผลให้เศรษฐกิจกลับมาคักคึกได้มากน้อยแค่ไหน...เพราะโลกยังผันผวนสูง
แต่อย่างไรก็ดี ถ้าขอได้ ปีหน้า e-ช้าน...ขอสัก 3 เรื่องฉาวอย่าเกิดขึ้นอีก
เรื่องแรกให้ประเทศไทยปลอดการอุ้มฆ่า คดีทนายสมชาย นีละไพจิตร เป็นกรณีตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดว่าผู้ลงมือฆ่าเป็นเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบ
แต่การต่อสู้คดีตลอด 11 ปี ไม่สามารถหาหลักฐานมาบ่งชี้ให้ศาลเชื่อได้ ทำให้ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ด้วยการ “ยกฟ้อง” ทำให้ครอบครัวเจ็บปวดจนยากจะบรรยาย และสร้างประวัติศาสตร์ด่างพร้อยไว้กับกระบวนการยุติธรรมอีกนานเท่านาน
คดีอุ้มฆ่า เอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจชื่อดัง ที่เสียชีวิตปริศนาด้วย “ท่าพิเศษ” ก็น่าเชื่อได้ว่าเจ้าหน้าที่รัฐอาจมีส่วนรู้เห็น ล่าสุดศาลชั้นต้นตัดสินประหารชีวิต “บอล” และ “เบิ้ม” 2 ผู้ต้องหาลงมือฆ่า แต่ได้ลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต
รอติดตามตอนจบว่า “ท่าพิเศษ” สามารถคลี่คลายคดีไปลงเอย ณ จุดใด แต่สังคมไทยไม่ควรมีการปลิดชีวิตกันโหดเหี้ยมเช่นนี้อีก
เรื่องที่สอง ข่มขืนกระฉ่อนโลก หลังศาลชั้นต้นพิพากษาประหารชีวิต 2 ผู้ต้องหาชาวเมียนมา เมื่อวันที่ 24 ธ.ค.ที่ผ่านมา ได้เกิดกระแสคัดค้านและเรียกร้องให้ทางการไทยทบทวนคดีฆ่า-ข่มขืนนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2557
คดีนี้มีเงื่อนงำตั้งแต่แรกเริ่มที่มีชื่อผู้มีอิทธิพลบนเกาะเต่าเอี่ยว แต่ในที่สุดหลุดรอดบัญชีไปได้ จึงนำไปสู่การจับคนงานเมียนมา
รัฐบาลจี้คดีนี้อย่างต่อเนื่อง การสอบสวนจึงรวดเร็ว แต่เกิดคำถามว่าเป็นการจับ “แพะ” บูชาหน้าตารัฐบาลหรือไม่ เพราะทางการอังกฤษขย่มรายวัน
เป็นต้นว่า พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ระบุว่า ผลการตรวจ “จอบ” ที่ใช้ฆ่าและตัวอย่าง DNA ไม่ใช่ของจำเลย ฯลฯ
นั่นเป็นสาเหตุการประท้วงอยู่ในฝั่งเมียนมา ทำให้ภาพลักษณ์เมืองไทยเสียหายไปทั่วโลก
เรื่องสุดท้าย แก๊งค้ามนุษย์ ปัจจุบัน อังโชติพันธุ์ หรือ โกโต้ง ผู้กว้างขวางแห่งอันดามัน และ พล.ท.มนัส คงแป้น นายทหารกองทัพบก ไปนอนคุกร่วมผู้ต้องหาอีก 90 คน หลังตกเป็นผู้ต้องหาคดีลักลอบนำชาวโรฮีนจาเข้าประเทศ หลักฐานที่แน่นหนา ทำให้ พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีนี้หนีไปลี้ภัยอยู่ออสเตรเลีย หลังถูกกดดันหนักและกลัวถูกเก็บ
คดีนี้ฟ้องว่ามีอิทธิพลเหนือโกโต้งและ พล.ท.มนัส เรตติ้งฉาวจึงไม่แพ้คดีอื่นๆ







