
เสียมากกว่าดี
เรื่องการจราจรติดขัดไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพฯ หรือจังหวัดสำคัญ นับเป็นปัญหาส่วนหนึ่งให้กับชีวิตชาวบ้านไปโดยปริยาย
โดย...ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์
เรื่องการจราจรติดขัดไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพฯ หรือจังหวัดสำคัญ นับเป็นปัญหาส่วนหนึ่งให้กับชีวิตชาวบ้านไปโดยปริยาย หรือเรียกให้เข้าใจง่ายๆ คือ ของคู่กันไปแล้วอย่างไม่ต้องสงสัยอะไร
ทว่า เหลือบไปเห็นข่าวหนึ่งซึ่งเป็นวิธีการแก้ปัญหาจราจรของ พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งได้สั่งการถึงรอง ผบก.น.1-9 ที่ควบคุมงานจราจร และ บก.จร. ให้บังคับใช้กฎหมายขั้นเด็ดขาดหากพบรถยนต์หรือรถโดยสารประจำทางจอดเสีย โดยให้ตำรวจทั้ง 88 สน. สั่งเป็นหนังสือให้เจ้าของรถหรือผู้ขับขี่นำรถไปตรวจสอบสภาพซ่อมแซมแก้ไข
หากรถคันไหนใช้งานนานเกินไป จะมีการประสานไปยังกรมการขนส่งทางบก เพื่อให้ยกเลิกทะเบียนรถนั้น และไม่ให้นำมาใช้งาน จนสร้างความเดือดร้อนด้านการจราจรให้แก่ผู้ใช้ถนนคนอื่นๆ
สำหรับรถที่ตรวจสอบและพบว่ายังอยู่ในสภาพใช้งานได้ เจ้าของรถหรือผู้ขับขี่นำไปซ่อมแซมตามที่ตำรวจออกหนังสือแจ้งไปแล้วนั้น หลังดำเนินการเสร็จจะต้องนำมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ที่ได้ออกหนังสือตรวจรับรองให้ หากไม่ดำเนินการจะมีการปรับเป็นรายวัน วันละ 500 บาท จนกว่าจะดำเนินการให้ถูกต้อง
แม้ภาพรวมจะเป็นเรื่องที่ดีในการเคร่งครัดการใช้กฎหมายด้านจราจร เพื่อไม่ให้สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่นที่ใช้ท้องถนนตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 ซึ่งเป็นถ้อยคำส่วนหนึ่งที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน
การใช้กฎหมายจริงจัง ถือเป็นเรื่องดีอย่างมาก แต่ท่านเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเข้าใจก่อนว่า คงไม่มีใครอยากให้รถตัวเองต้องมาเสียกลางทางก่อนถึงที่หมาย จนกลายเป็นตัวสร้างปัญหาความเดือดร้อนทางการจราจรให้กับเพื่อนร่วมใช้ถนน
ส่วนข้อเสนอให้ยกเลิกทะเบียนรถเก่า อย่าลืมอีกว่าประชาชนไม่ได้ผลิตเงินใช้เองที่จะสามารถซื้อรถเปลี่ยนได้ทุกๆ 5 ปี เหมือนต่างประเทศ แต่ถ้าเป็นรถประจำทางเก่าเกินให้บริการก็สมควร
หากคิดว่ามาตรการนี้จะช่วยแก้ไขปัญหาจราจรติดขัดได้จริงเต็มรูปแบบ ก็คงต้องกลับไปทบทวนให้ดี เพราะนี่อาจจะกลายเป็นการสร้างภาระให้กับประชาชนทางอ้อมอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทุบโต๊ะ...เลยว่า งานนี้อาจมีผลเสียมากกว่าผลดี







