posttoday
ไม่ผิดก็ต้องหนี

ไม่ผิดก็ต้องหนี

18 ธันวาคม 2558

เมื่อ พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 8 หัวหน้าทีมสืบสวนคดีค้ามนุษย์โรฮีนจา

โดย...คุณบ๊งเบ๊ง [email protected]

เมื่อ พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 8 หัวหน้าทีมสืบสวนคดีค้ามนุษย์โรฮีนจา ประกาศขอลี้ภัยในประเทศออสเตรเลีย เนื่องจากถูก “คนมีสี” ข่มขู่ จากการทำคดีค้ามนุษย์โรฮีนจา ก็ยิ่งตอกย้ำให้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้นว่า ประเทศไทยในเวลานี้ “น่ากลัว” เพียงใด

เพราะเมื่อตำรวจระดับ “นายพล” ยังต้องหอบครอบครัว-ข้าวของไปขอลี้ภัยในต่างประเทศ ทั้งที่ไม่มีคดีติดตัวอะไร ย่อมแสดงให้เห็นว่าอิทธิพลมาเฟียยังคงทรงพลังอย่างสูง

ภาพความจริงใจในเรื่องแก้ปัญหา “ค้ามนุษย์” รวมถึงคำสัญญาของรัฐบาลที่จะกำจัดมาเฟียให้หมดในเวลาไม่กี่เดือนนั้น ไม่ได้มีความหมายอะไรเลยแม้แต่น้อย

แต่ที่น่าผิดหวังมากกว่า คือ ท่าทีจากรัฐบาลที่ออกมาดิสเครดิต พล.ต.ต.ปวีณ กับเรียกร้องให้ “ถอนคำพูด”

โดยเฉพาะคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. และนายกรัฐมนตรี ที่ถึงกับออกมาประณามโดยตรงว่า “ไม่รักชาติ”

ดูเหมือนว่า คุณประยุทธ์ กำลังผูกขาดว่า หากรักชาติ ต้องรักรัฐบาลด้วย ด้วยเหตุนี้การออกมา “เปิดโปง” จึงกลายเป็นความไม่รักชาติไปโดยปริยาย

ถ้าติดตามข่าวนี้ใกล้ชิด จะพบว่า พล.ต.ต.ปวีณ คือหนึ่งในตำรวจที่กัดไม่ปล่อย ในการติดตามคดีโรฮีนจา

หากจำกันได้ ในคราแรก พล.อ.ประวิตร ออกมานั่งยันนอนยันว่าไม่มี “สีเขียว” เกี่ยวข้องกับคดีแน่นอน

แต่ในที่สุด ชุดสืบสวนก็สามารถเอาผิดคนระดับพลโทของกองทัพบก ท่ามกลางความประหลาดใจของใครหลายคน

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องแลกมา ได้ทำให้ พล.ต.ต.ปวีณ ถูกย้ายลงชายแดนใต้ ทั้งที่รู้ตัวว่าถูก “จองกฐิน” ไว้แล้ว จากขบวนการค้ามนุษย์

แม้จะร้องเรียนผ่านผู้บังคับบัญชา ร้องเรียนผ่านรัฐบาล และร้องเรียนผ่านสื่อมวลชน มาหลายเดือน แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครเอาจริงเอาจัง เสียงปลายสายว่าด้วยการข่มขู่ยังคงดังขึ้นต่อไป จนในที่สุดก็ต้องออกนอกประเทศ

ทั้งหมดนี้ คือคำตอบที่น่าจะทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ หายสงสัยได้ว่า “ไม่ผิดแล้วหนีทำไม”

เมื่อเรื่องเป็นแบบนี้ สิ่งที่ประชาชนคาดหวัง ก็คือ รัฐบาลต้องเอาจริงเอาจังเพื่อสานต่อเรื่องที่ พล.ต.ต.ปวีณ ออกมาเสี่ยงชีวิต

ทว่า วิธีแก้ปัญหากลับกลายเป็นว่า ตั้งตำรวจที่เป็นคู่กรณีกับ พล.ต.ต.ปวีณ เป็นกรรมการสืบสวนว่า เรื่องที่ถูกข่มขู่นั้นจริงหรือไม่ และผลก็ออกมาแล้วว่า “ไม่จริง”

แบบเดียวกับการตั้ง “กองทัพบก” เป็นกรรมการสืบสวนการทุจริต “อุทยานราชภักดิ์” กระทั่งได้รับคำตอบว่า ไม่มีการทุจริต และต้องตั้งซ้ำใหม่อีกรอบ ให้ “กระทรวงกลาโหม” ต้นสังกัดของกองทัพบก เป็นคนสอบสวน

ตราบใดที่การทำลายขบวนการ “มาเฟีย” ยังมีสถานะ “อึมครึม” แบบที่เป็นอยู่ และกระบวนการสืบสวนหาข้อเท็จจริง ยังเอื้อพวกพ้องแบบนี้ ก็คงยากที่จะหวังให้การปฏิรูปตำรวจ ปฏิรูปทหาร ตลอดจนปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม เกิดขึ้นจริงในเวลาอันใกล้นี้

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน