
ตกยุค?
ในช่วงสถานการณ์โลกกำลังมีความผันผวนเรื่องเศรษฐกิจรุมเร้า การก่อตัวของสงครามโลกจะเกิดแหล่ไม่เกิดแหล่ ผู้คนต้องอพยพหนีตายกันเป็นเรือนล้าน
โดย...e-ช้าน [email protected]
ในช่วงสถานการณ์โลกกำลังมีความผันผวนเรื่องเศรษฐกิจรุมเร้า การก่อตัวของสงครามโลกจะเกิดแหล่ไม่เกิดแหล่ ผู้คนต้องอพยพหนีตายกันเป็นเรือนล้าน
อีกมุมผู้นำ 195 ประเทศ จูบปากทำข้อตกลงร่วมกันในการแก้ไขปัญหาโลกร้อน โดยตั้งเป้าลดอุณหภูมิลง 2 องศาเซลเซียส/ปี
ขณะเดียวกันประเทศพัฒนาแล้วพร้อมใจควักงบประมาณราว 3.59 ล้านล้านบาท หรือ 1 แสนเหรียญสหรัฐ ให้แก่ประเทศกำลังพัฒนา เพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งพันธสัญญานี้จะเริ่มขึ้นในปี 2020 จะเห็นได้ว่าโลกหมุนเร็วจนตามแทบไม่ทัน
แต่เมื่อมองย้อนมาดูบ้านเรา เสมือนโลกหยุดหมุนไปนานมาก จนแทบไม่มีอะไรกระดิกกระเดี้ยว
ดีไม่ว่าดีเราว่างจัด จนต้องมานั่งตั้งคำถามว่าควรจะบรรจุเนื้อหาอะไรไว้ในบัตรประชาชน
เรื่องนี้พูดกันมานานว่าประเทศเราจะพัฒนาระบบทะเบียนราษฎร โดยการทำ Smart Card คำนี้ภาษาชาวบ้านเรียกง่ายๆ ว่า “บัตรฉลาด” คือหน่วยงานรัฐนำไปรูดดูฐานข้อมูลแล้วสามารถใช้เป็นประโยชน์ต่อการปกครองไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
แต่น่าประหลาดใจว่ามาถึงปี พ.ศ.นี้ กรมการปกครองมัวไปทำอะไรอยู่ พลเมืองไทยจึงไม่มีบัตรฉลาดใช้ จนเดือดร้อนถึงผู้นำประเทศต้องหยิบเรื่องนี้มาพูดซ้ำ และเถียงกันไปเถียงกันมาหาข้อสรุปไม่เจอ
สรุปแล้วผ่านไปหลายปีดีดัก กรมการปกครอง สังกัดกระทรวงมหาดไทย ยังไม่รู้เลยว่าข้อมูลอะไรที่จะเป็นประโยชน์ต่อการปกครองประเทศนี้ บางคนก็ว่าควรระบุอาชีพ รายได้ เข้าไปด้วย รัฐบาลจะได้ให้ความช่วยเหลือตรงเป้า อีกฝ่ายก็ว่านี่มันละเมิดสิทธิส่วนบุคคลชัดๆ
พูดไปพูดมาฝ่ายเสนาบดีก็สะบัดใส่สื่อมวลชนว่า “เพ้อเจ้อ” ที่ต่อความยาวสาวความยืดกับเรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะเจ้าของไอเดีย ก็ต้องเสียเวลามาชี้แจงว่า ใครจะไปบ้าบรรจุข้อมูลซี้ซั้วไว้ในบัตร
ช่วงแห่งการเปลี่ยนผ่านใน พ.ศ.นี้ จึงว่าด้วยหัวข้อ “เรื่องขี้หมูราขี้หมาแห้ง”
ในยุคแห่งการปฏิรูป? ทำไมเราคิดเรื่องใหญ่ๆ กว่านี้ไม่ได้ ชาวโลกคิดกันไปไหนต่อไหน เขาหาทางจะขึ้นไปสร้างบ้านบนดาวอังคาร แต่เราสาละวนคิดแต่จะฝังตัวเองอยู่ใต้ตม
เทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนโลก Tony Seba ได้พูดถึง Disruptive Technology ซึ่งหมายถึงเทคโนโลยีที่พลิกโครงสร้างธุรกิจ อุตสาหกรรม และสังคม ในเวลาอันรวดเร็ว
เทคโนโลยีเก่ากำลังจะถูกแทนที่โดยเทคโนโลยีใหม่ นวัตกรรมที่ว่ากำลังเปลี่ยนโฉมการขับเคลื่อนโลกไปสู่อีกยุคครั้งยิ่งใหญ่ รถยนต์จะหันไปใช้พลังงานไฟฟ้า พลังงานทดแทนจะมาแทนที่พลังงานฟอสซิล ฯลฯ
แต่เอ่อ...เผลอกดไลค์มั่วในโซเชียลมีเดียโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ อาจต้องไปนอนกินข้าวคุก
การที่ สปท.ตั้งเป้าจะยกระดับบ้านเมืองเราไปสู่ประเทศพัฒนาแล้วในอีก 20 ปีข้างหน้า...เห็นท่าจะเป็นเรื่องเพ้อเจ้อเสียแล้วกระมัง







