posttoday
จับเข่าคุยมุมมองตลาดหุ้นโลกปี 2559

จับเข่าคุยมุมมองตลาดหุ้นโลกปี 2559

11 ธันวาคม 2558

โดย เจษฎา สุขทิศ, CFA &ชยนนท์ รักกาญจนันท์, AFPT INFINITI Global Investors, The Ultimate Investment Solution

โดย เจษฎา สุขทิศ, CFA &ชยนนท์ รักกาญจนันท์, AFPT  INFINITI Global Investors, The Ultimate Investment Solution

เผลอแป๊บเดียวก็จะหมดปี 2558 กันแล้วนะครับ ปีนี้เรียกได้ว่าเหนื่อยกันไม่น้อยทีเดียว ตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวขึ้น ๆ ลง ๆ ประมาณ 300 จุด กำไรบริษัทจดทะเบียนก็ไม่เติบโต The War Room ฉบับนี้จะเป็นการถกกันอย่างเข้มข้นบนมุมมองตลาดหุ้นโลกในปีวอก ระหว่างมุมแดงเจ้าของนามปากการ Mr.Messengerคุณชยนนท์ รักกาญจนันท์ และมุมน้ำเงินเจ้าของนามปากการ FundTalkคุณเจษฎา สุขทิศ โดยทั้งสองเป็นผู้กำหนดกลยุทธ์ในการแนะนำการลงทุนให้กับ INFINITI Global Investors ครับ

เจษฎา : เข้าประเด็นเลยนะผมมองปีหน้าตลาดหุ้นจะดีกว่าปีนี้ดอกเบี้ยอเมริกาจะขึ้นไม่มาก 2-3 ครั้งไปที่ประมาณ 1% ซึ่งไม่น่ากลัว และตลาดรับรู้ไปเยอะแล้ว เงินดอลลาร์จะไม่แข็งมากมายเหมือนปีนี้ ค่าเงินในตลาดเกิดใหม่จะมีเสถียรภาพมากขึ้น และตลาดหุ้น Emerging Market จะกลับมาดีหลังจากซึมกันมานาน

ชยนนท์ : แหม มองโลกในแง่ดีกันนะคุณเจท ผมว่างานนี้ปากกาคุณอาจหักได้ ดูสิ ณ ตอนนี้ ราคาน้ำมันทำจุด new low ไปอีกแล้วที่ 37 เหรียญ ณล่าสุดซาอุฯก็ไม่ลดกำลังการผลิต อีกไม่นานก็จะมี Supply จากอิหร่านมาเพิ่มอีก ลองนึกดูถ้าน้ำมันลงไป 30 เหรียญ หุ้นกลุ่มพลังงานจะเป็นอย่างไร ตลาดหุ้นโลกจะไปไหวเหรอ

เจษฎา : คุณแบงค์มาทรงนี้ ผมชักหวั่นไหว เอาไงดีเนี่ย

ชยนนท์ : ผมว่าบางครั้งเราควรพยากรณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้น แต่ถ้าไม่มั่นใจบางครั้งเราควรเปลี่ยนกลยุทธ์มาเป็นการ “ตอบสนอง (React)” ต่อสิ่งที่เกิดขึ้น

เจษฎา : อ๋อ หมายความว่าถ้าไม่ชัวร์ เราควร React ต่อสถานการณ์แทน ถ้าน้ำมันยืนได้ก็กลับไปลุยตลาดหุ้น Emerging Market รวมถึงไทย แต่ถ้าน้ำมันดิ่งต่อก็ควรจะ play safe เข้าสู่โหมดรักษาเงินลงทุนไว้

ชยนนท์ : ใช่เลย ผมเห็นด้วยกับคุณนะว่าราคาน้ำมันในปี 2559 โดยเฉลี่ยน่าจะสูงกว่าปี 2558 รวมไปถึงราคาโภคภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ซบเซามานาน แต่ถ้าหากไม่ใช่ล่ะ ! ถ้าโภคภัณฑ์ดิ่งลงต่อ บริษัทที่กำลังลูกผีลูกคนอย่าง Petrobas, Glencore หรือบริษัทผู้ผลิต Shale Oil อาจประสบปัญหาทางการเงินเหมือนกรณี SSI บ้านเราอีกก็ได้ ถ้าออกหน้านั้นมันอาจเป็น Emerging Market Crisis ตรงกันข้ามกับที่คุณบอกได้เลยนะ

เจษฎา : ยอม ๆ ถ้าอย่างนั้นเราควรจัดพอร์ตแบบระมัดระวังขึ้นมากอีกนิด และตื่นตัวให้มากเข้าไว้ และปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ให้ทันท่วงที อย่างไรก็ตามผมยังมอง base case ว่าเงินดอลลาร์จะไม่แข็งมาก ราคาโภคภัณฑ์ฟื้นตัว ตลาดเกิดใหม่ฟื้น เอเชียฟื้น ตลาดโดยรวมดีกว่าปี 2558 ที่ผ่านมา

ชยนนท์ : ถ้ามี Mindset ในการจัดพอร์ตแบบนี้ผมรับได้นะ วางพอร์ตหลักในตลาดหุ้นโลก เน้นตลาดเกิดใหม่ให้มากขึ้น แต่พร้อมจะตอบสนองกับสถานการณ์อย่างทันท่วงที ผมมองว่าจีนเริ่มน่าสนใจเนื่องจากรับรู้ข่าวร้ายไปมาก และ Valuation ของ H Share กลับลงมาในระดับเดียวกับวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ไปแล้ว แล้วตลาดอื่น ๆ ล่ะคุณเจทมองว่าไง

เจษฎา : จีนผมเห็นด้วยนะ ส่วนประเทศพัฒนาแล้ว ผมมองว่าญี่ปุ่นน่าสนใจที่สุด รองลงมาคือยุโรป ส่วนอเมริกานี่ผมไม่แนะนำเพราะอยู่ในช่วงนโยบายตึงตัวทางการเงิน เช่นเดียวกับกลุ่ม Healthcare ผมว่ายังแพงไปหน่อย รอให้พื้นฐานวิ่งตามราคาอีกนิดนึงดีกว่า

โดยสรุป การถกกันใน The War Room ครั้งนี้ ทั้งสองคนเห็นตรงกันว่าตลาดหุ้นโลกปีหน้ายังน่าลงทุน แต่ให้ระมัดระวังราคาโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะน้ำมันเป็นหลัก ถ้าหากดิ่งลงต่อให้ลดความเสี่ยงพอร์ตทันที แต่ถ้าโภคภัณฑ์ฟื้นตัวพอร์ตลงทุนก็น่าจะเติบโตมาชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นในปี 2558 ได้ดีพอสมควร ขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จในการลงทุนนะครับ

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน