ถอยไปที่เดิม

  • วันที่ 20 พ.ย. 2558 เวลา 09:27 น.

โดย...คุณบ๊งเบ๊ง antibodyposttoday@gmail.com

เห็น 10 ข้อเสนอร่างรัฐธรรมนูญ ที่หัวหน้า คสช.ส่งถึง มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญไปบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ

คุณประยุทธ์เสนอไปโต้งๆ เลยว่า ไม่ว่ารัฐบาลไหนจะเข้ามาบริหารประเทศ อำนาจของกองทัพ ในการ “รักษาความสงบเรียบร้อย” ยังต้องมีอยู่ ซ้ำยังต้องจัดอาวุธยุทโธปกรณ์ทันสมัย และต้องจัดให้มีกำลังพลที่พร้อมสรรพอยู่เสมอ

นอกจากนี้ ถ้อยความในข้อ 7 ยังระบุไว้ชัดเลยว่า “การใช้กำลังทหารโดยสุจริตเพื่อความมั่นคงของรัฐ จากภายในและนอกราชอาณาจักร ไม่ต้องรับโทษทางแพ่ง ทางอาญาและทางปกครอง” และยังต้องให้สถานะของทหารในการแสดงออกทางการเมืองอย่างเต็มที่ในข้อ 8

สะท้อนว่าทหารไม่เคยรู้สึกเลยว่า 10 ปีที่ผ่านมา ในวิกฤตการณ์ทางการเมืองที่ยืดเยื้อและยาวนาน คณะทหารคือ “ปัญหา” หนึ่งในวิกฤตนี้ด้วย

โดยเฉพาะความพยายามเข้ามาบริหารประเทศเอง รวมถึงว่าราชการอยู่หลังม่านในบางยุค

ทว่า การปฏิรูปที่เกิดขึ้นจากทหารก็ไม่ได้สร้างสรรค์อะไรใหม่ ขณะเดียวกันการทุจริตคอร์รัปชั่นที่ทหารออกมาว่านักการเมืองเช้า-เย็นนั้น ในกองทัพก็มีไม่ต่างกัน

เรื่อง “อุทยานราชภักดิ์” นั้นเป็นตัวอย่างที่ดี เพราะเรื่องแดงออกมานั้น มีการคอร์รัปชั่นตั้งแต่เริ่มโครงการ ติดต่อโรงหล่อ ซื้อต้นปาล์ม จัดอีเวนต์ ผลิตเสื้อยืด ฯลฯ

น่าสนใจตรงที่แม้เรื่องจะถูกเปิดออกมา กลไกตรวจสอบ องค์กรอิสระที่ควรจะปกป้องผลประโยชน์ของประเทศนั้น ต่างเงียบสงบ

รอให้หน่วยงานที่เป็นเจ้าของโครงการ รวมถึงมีชื่อว่าคนของตัวเองร่วมขบวนการด้วย อย่าง “กองทัพบก” เป็นผู้ตรวจสอบตัวเองให้เรียบร้อยก่อน

สอดคล้องกันหมดกับคำให้สัมภาษณ์ของทั้งหัวหน้า คสช. และ รมว.กลาโหม ที่ปฏิเสธความรับผิดชอบ และ “ว้าก” สื่อให้ไปเสนอเรื่องอื่น

ในห้วงเวลาพิเศษ เสียงปืนย่อมดังกว่ากฎหมาย และเป็นไปได้เสมอที่กระบวนการตรวจสอบไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานไหน ย่อมกลัวอำนาจที่เหนือกว่า

แต่ในห้วงเวลาปกติที่รัฐธรรมนูญนี้กำลังจะปูทางไปนั้น น่าคิดว่าจะปล่อยให้ทหารอยู่เหนืออำนาจอื่น โดยอ้างเหตุผลเรื่องความสงบ ตามที่หัวหน้า คสช.ร้องขอหรือไม่

เพราะทั้งหมดนี้ได้พิสูจน์แล้วว่าทหารหาประโยชน์เข้าตัวได้ ไม่ต่างจากนักการเมือง ซ้ำยังมีอำนาจเหนือกว่า เพราะไม่มีใครกล้าเข้าไปยุ่มย่าม

หากรัฐธรรมนูญยังมีความพยายามให้สถานะกองทัพเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์เหนือการตรวจสอบ และสามารถเข้ามายุ่งกับการเมืองได้ทุกเมื่อ ตามคำขอของหัวหน้า คสช. ประเทศนี้ไม่เหลือคำว่า “ปรองดอง” ให้คาดหวัง

ขณะเดียวกัน ยิ่งตอกย้ำคำว่า “สองมาตรฐาน” นั้นคือเรื่องจริง และน่ากลัวที่สุดคือกติกาที่บิดเบี้ยวนี้ อาจซ้ำเติมให้วิกฤตการเมืองถอยกลับไปที่เดิม ไม่ต่างจากเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ