
ใช้ไม้แข็ง
เริ่มห่างหายไปทุกทีหลังอยู่ได้มาระยะหนึ่ง สำหรับรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
โดย...ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์
เริ่มห่างหายไปทุกทีหลังอยู่ได้มาระยะหนึ่ง สำหรับรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ภายหลังเข้าควบคุมบริหารประเทศ ซึ่งมีมาตรการเด็ดที่ถูกใจหลายคน
คือการกำราบกลุ่มเด็กแว้นป่วนเมือง ซึ่งระบาดหนักในช่วงแรกๆ จนกลายเป็นวาระหนึ่ง จำเป็นต้องได้รับการปฏิรูปอย่างเร่งด่วนทันควัน เพื่อคนดีๆ จะได้ใช้ชีวิตปกติ
โดยในช่วงแรกยอมรับว่ามาตรการปราบเด็กแว้น เด็กช่างยกพวกตีกัน ดูได้ผลเหมือนจับฉีดยาแรงเข้าเส้นเลือดใหญ่ หรือเข้าใจแบบง่ายๆ ภาษาชาวบ้านเรียกกัน
“ไม่เลี้ยงไข้” แต่พอนับวันนานไป มาตรการเหล่านี้ก็เริ่มลดคลายความเข้มงวดลง ทำให้เด็กกเฬวรากมาสร้างความปั่นป่วนให้กับสังคมคนปกติอยู่อย่างลำบาก
ล่าสุดมีเด็กจำพวกนี้ได้ออกฤทธิ์มาทำลายรถของพ่อค้าขายผักและภรรยาท้อง 9 เดือน ซึ่งกำลังจะส่งผักจากตลาดไทไปยังตลาดห้วยขวาง แต่ก็เกิดเรื่อง
เพราะรถคันดังกล่าวได้ขับเบียดขบวนฝูงแว้น จนสร้างความไม่พอใจและได้ขับตามประกบ มาทุบกระจกรถของพ่อค้าคันดังกล่าวจนแตก แถมด้วยขว้างหินใส่
ก่อนขับตามท้าทายให้พ่อค้าขายผักจอดรถเพื่อเคลียร์ใจ ทว่า เดชะบุญ ได้เลี้ยวรถเข้า สน.ห้วยขวาง เพื่อเข้าแจ้งความได้ทัน ก่อนเกิดเหตุร้ายไปมากกว่านี้
ถึงเวลาที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ จำเป็นต้องรื้อไม้แข็งเข้าจัดการ หรือไม่ก็ใช้ ม.44 จัดการกับพวกสวะสังคมอย่างจริงจังทันด่วน เพื่อคนใช้รถใช้ถนน
จะได้ไม่ต้องหวาดระแวงจากพวกเด็กกลุ่มดังกล่าว เพราะขณะนี้กำลังกลับมาระบาดหนักในหลายพื้นที่ เปรียบยิ่งกว่าจำพวกไวรัสอีโบลาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์
จำเป็นที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องรีบเข้ามาจัดการสะสางเรื่องนี้ให้ลดลง เพราะจะให้หมดไปเลยคงยาก แต่หากขืนนิ่งเฉยโดยไม่ทำอะไร ทุบโต๊ะ...เลยว่า ม.44 มีไปก็ไร้ความหมาย ซึ่งไม่ต่างอะไรกับ “เขียนเสือแต่วัวไม่กลัว”







