
ลือกันจริง
เมื่อวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ท่านโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ซึ่งมีเนื้อหาน่าสนใจอยู่ไม่น้อย
โดย...ขำ เคืองใจ [email protected]
เมื่อวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ท่านโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ซึ่งมีเนื้อหาน่าสนใจอยู่ไม่น้อย
ม.ล.ปนัดดา โพสต์ความเห็นไว้ดังนี้ครับ “ความในใจของข้าพเจ้า ในฐานะประชาชนคนไทยคนหนึ่ง ไม่อยากให้มีการให้ข่าวหรือนำเสนอข่าวที่ยังขาดการกลั่นกรองรอบคอบหรือเป็นข้อเท็จจริง ไม่ใช่เป็นการนำข่าวลือมาพูดจนกระทั่งเป็นข่าว ทั้งเรื่องมาตรา 112 ที่ภาคราชการต้องให้ความเคารพและดำรงรักษาพระเกียรติยศถวายฯ เพื่อเกียรติและศักดิ์ศรีของประเทศชาติและประชาชนชาวไทย”
“แต่ไม่ใช่ก่อให้เกิดความแบ่งแยกหรือแตกแยก ด้วยการที่ภาคราชการควรต้องพิจารณาการให้ประชาชนสามารถบริโภคข่าวสารอย่างมีคุณภาพที่ผ่านการกลั่นกรองอย่างรอบคอบและมีมูลความจริง สิ่งใดควรเป็นข่าวหรือจำเป็นต้องให้ข่าว รวมถึงเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับสถาบัน อาทิ เรื่องอุทยานราชภักดิ์ที่กำลังปรากฏเป็นข่าวทั้งที่ประชาชนกำลังให้ความนิยมชมชอบ ไปท่องเที่ยวทัศนศึกษากันเป็นจำนวนมากมายในแต่ละวันด้วยความภาคภูมิใจ”
รมต.ประจำสำนักนายกฯ ให้ความเห็นต่อไปว่า “ข่าวที่ปรากฏวันนี้โยงทหาร พรุ่งนี้โยงตำรวจ เดี๋ยวมีพลเรือนและภาคเอกชน เดี๋ยวนายทหารจำนวน 50 คน เดี๋ยวคนโน้นลาออก ไม่ลาออก เดี๋ยวมีเรียกค่าคอมมิสชั่น เกี่ยวพันกับใครต่อใครมากมายได้ทุกวันทุกเวลา จนกระทั่งประชาชนสะท้อนกลับมาว่าไม่ควรเป็นการให้ข่าวในลักษณะนี้ ที่ทำให้สังคมมีความทุกข์และสับสนกับข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน”
“ย่อมไม่เป็นผลดีต่อบรรยากาศการสร้างความปรองดองและความรักสมัครสมานของทางราชการและทุกๆ ฝ่าย ที่ชาวไทยทุกคนต่างพร้อมใจกันเข้าร่วมกิจกรรมวันเฉลิมพระชนมพรรษา 88 พรรษา และปั่นเพื่อพ่อ ที่กำลังจะมาถึงด้วยความจงรักภักดี ข้าราชการมีหน้าที่ช่วยสร้างเสริมบรรยากาศอันดีให้เกิดขึ้น พี่น้องประชาชนมีความสุขในวันอันมีความหมายยิ่งต่อชนชาติไทย”
ขำ เคืองใจ สนับสนุนความเห็นของท่านทุกบรรทัดทุกตัวอักษร เนื่องจากช่วงนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังดำเนินคดีผู้กระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ก็มีการนำเสนอข่าวลือต่อเนื่อง ผู้บริโภคข่าวสารต้องกลั่นกรองข้อมูลข่าวสารให้รอบด้าน
ยิ่งโลกข้อมูลข่าวสารยุคไฮเทค บางเรื่องถ่ายทอดต่อๆ กันไวเหลือเกิน
แต่อย่างว่า ไม่รู้เป็นไง ข่าวลือบางเรื่องมักมีมูลความจริง ประหนึ่งรู้กันเฉพาะกลุ่มแต่ออกมาให้ข้อมูลไม่ครบถ้วน คนที่ได้ยินก็เอาไปร่ำลือกันเป็นตุเป็นตะ กลายเป็นว่าจากดำเป็นขาว จากขาวเป็นดำซะงั้น
วิธีสยบข่าวลือจึงอยู่ที่เจ้าหน้าที่รัฐในการให้ข้อเท็จจริงกับประชาชนอย่างตรงไปตรงมาด้วย ไม่ใช่ให้ข้อมูลเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ยิ่งเจ้าหน้าที่รัฐให้ข้อมูลเกิดความสับสนมากขึ้น ยิ่งทำให้ข้อมูลนั้นหมดความน่าเชื่อถือได้
อย่าลืมว่า ประชาชนส่วนใหญ่ปรารถนาร่วมมือกันในการสร้างบรรยากาศปรองดอง ปกป้องสถาบันอันเป็นที่รัก ไม่ให้ใครแอบอ้างไปหาผลประโยชน์
...เพราะฉะนั้นต้องช่วยกันสร้างความจริงครับ







