
กล้าจับทหารมั้ย
“ยุคผม...ใหญ่แค่ไหนก็จับ” นึกถึงคำกล่าวของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ุม่วง สมัยดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติขึ้นมาจริงเชียว
โดย...ขำ เคืองใจ [email protected]
“ยุคผม...ใหญ่แค่ไหนก็จับ” นึกถึงคำกล่าวของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง สมัยดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติขึ้นมาจริงเชียว
ประโยคดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อตอน พล.ต.อ.สมยศ เปิดแถลงข่าวการจับกุม พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการสอบสวนกลาง และพวก ในคดีแอบอ้างสถาบันเบื้องสูงเพื่อเรียกรับผลประโยชน์
แต่ตอนนี้ไม่ใช่ พล.ต.อ.สมยศ เป็นยุค พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ น่ะสิ เมื่อเป็นคนละยุค คำกล่าว “ใหญ่แค่ไหนก็จับ” ยังนำมาใช้ในยุคนี้ได้อีกหรือเปล่า
กล่าวแบบนี้ เพราะคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เมื่อครั้งโน้นกับครั้งนี้มีส่วนคล้ายคลึงบางประการ เพียงแต่ยังสร้างความคลุมเครือ คาใจกันอยู่
นับตั้งแต่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ แถลงผลการจับกุม สุริยัน สุจริตพลวงศ์ หรือ “หมอหยอง” และพวก ในข้อหาแอบอ้างสถาบันเบื้องสูงเรียกรับผลประโยชน์ มีข่าวหลุดรอดออกมาว่า จากการสอบสวน “หมอหยอง” ซัดทอดเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารเกี่ยวข้องด้วย ตามมาด้วยความเคลื่อนไหวของ สตช.เรียกนายตำรวจ 8 นายในสังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเข้ามาช่วยราชการ
ข้อคาใจแรกจึงนำไปสู่การตั้งคำถามของสื่อมวลชนต่อ พล.ต.อ.จักรทิพย์ และคณะ ซึ่งท่านให้คำตอบว่า “ในชั้นนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน แต่ถ้าพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องด้วยต้องดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป”
ถึงป่านนี้ข้อคาใจแรกไม่ได้ไขความกระจ่าง ข้อคาใจสองตามซ้ำมาอีก กรณีนายทหารยศ “พลตรี” และ “พันเอก” ตามที่หมอหยองพาดพิงจริงหรือไม่ มีพฤติการณ์อย่างไร คำถามนี้วนเวียนตลอดสัปดาห์ ถึงขั้นกล่าวเป็นตุเป็นตะผู้ถูกพาดพิงไหวตัวเผ่นไปทางชายแดนแม่สอดแล้ว
ครั้งแรกเมื่อวันที่ 27 ต.ค. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี บอกสื่อว่า “อาจมีทหารเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งต้องรอให้ ผบ.ตร.รวบรวมข้อมูล” ผ่านมาสองวัน 29 ต.ค. พล.อ.ประวิตร คนเดิมสัมภาษณ์ว่า “เชื่อว่าไม่มีนายทหารเกี่ยวข้อง เพราะยังไม่ได้ยินไม่มีใครรายงานมาที่ผมว่ามีการออกหมายจับทหาร”
ต่อมาวันที่ 2 พ.ย. พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวถึงกรณีทหารยศพันเอกเกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาหมิ่นสถาบันว่า “เรื่องดังกล่าวอยู่ในสำนวนและอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ถ้าได้ความชัดเจนจะรายงานให้ทราบอีกครั้งเพื่อไม่ให้เกิดข้อมูลคลาดเคลื่อน และทางกองทัพได้ให้ความร่วมมือในการประสานงานเป็นอย่างดี”
ล่าสุดของล่าสุดครับ เมื่อวันที่ 3 พ.ย. พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รักษาราชการแทนรอง ผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีหมิ่นเบื้องสูง เปิดเผยว่า “สำนวนการสอบสวนคดีพบว่ามีการซัดทอดถึงนายทหารทั้งยศพลตรีและพันเอกมาเกี่ยวข้องราว 40-50 นาย ยืนยันจะมีการออกหมายจับเพิ่มอีกแน่นอน คาดจะชัดเจนภายใน 1-2 วันนี้”
อืม!! สาธุชนร่วมตรึกตรอง ทหาร-ตำรวจ แจงคนละทิศละทาง หวังว่า “ใหญ่แค่ไหนก็กล้าจับ” ให้ได้นะครับ







