
‘คำพูด’ สำคัญ
กว่า 2 ชั่วโมงที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
โดย...เลอลักษณ์ จันทร์เทพ
กว่า 2 ชั่วโมงที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ กล่าวมอบนโยบายการทำงานให้แม่น้ำ 5 สาย ซึ่งเนื้อหาการพูดโดยรวมถือว่าดี สะท้อนความตั้งใจในการบริหารและการแก้ปัญหาประเทศ
แต่ดันมาเสียรังวัดในประโยคท้ายๆ ว่า “ฝ่ายการเมืองไม่ต้องระแวงผม เขียนกันทุกวันว่าผมอยากอยู่ในอำนาจ หรืออยากอยู่ต่อ หากไม่สงบเรียบร้อยผมก็ต้องอยู่ เอางี้ไหม พูดกันให้รู้เรื่องสักที อยู่ที่ท่านนั่นแหละ หากไม่เลิกกันก็อยู่กันอย่างนี้ ปิดประเทศก็ปิดกันไป ซึ่งผมไม่ได้ท้าทาย หากจะเอาประชาชนมา แกนนำจะโดนก่อน คนพูดมากๆ โดนก่อนหมด ผมมีอำนาจของผมอยู่”
ไม่ว่าประโยคนี้ที่ออกมาจากผู้นำ จะเป็นเพราะบริบทประโยค หรืออารมณ์ทางการเมืองพาไป แต่ได้ส่งผลลบอย่างมาก ที่ผ่านมา นายกฯ ย้ำตลอดว่า ประเทศไทยต้องมีที่ยืนและเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศ อีกทั้งยังเข้าใจด้วยว่าทุกประเทศเชื่อมโยงกันอยู่ในภาวะโลกล้อม
รู้กันดีอยู่แล้วว่า คำพูดนั้นสำคัญ ยิ่งคำพูดที่ออกมาจากปากคนสำคัญระดับผู้นำประเทศ โดยเฉพาะผู้นำที่มีอำนาจในสถานการณ์พิเศษแบบนี้
ด้วยทฤษฎีที่นักวิชาการต่างๆ ได้ศึกษามานั้น อาทิ คอตเตอร์ (Kotter, 1999) แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ระบุตอนหนึ่งว่า ความเป็นผู้นำคือความสามารถในการเผชิญกับภาวะการเปลี่ยนแปลงได้ โดยผู้นำเป็นผู้สร้างวิสัยทัศน์ให้เป็นตัวกำกับทิศทางขององค์การในอนาคต จากนั้นจึงจัดวางคนพร้อมทั้งสื่อความหมายให้เข้าใจวิสัยทัศน์และสร้างแรงดลใจแก่คนเหล่านั้นให้สามารถเอาชนะอุปสรรคเพื่อไปสู่วิสัยทัศน์ดังกล่าว ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้นำควรตระหนักไว้
เรื่องของการสื่อสารเชื่อหรือไม่ว่าจะสามารถเป็นปัจจัยหนึ่งในการนำพาประเทศไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งได้ ถ้าพูดดีก็มีชัยไปกว่าครึ่ง ดังนั้นทุบโต๊ะเลยว่า การพูดเรื่องปิดประเทศ จะเจตนาหรือไม่เจตนาก็ตาม มีแต่ส่งผลเสียโดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจการลงทุน







