
เร่งกลไกปรองดอง
โรดแมปการปฏิรูปประเทศกำลังเดินหน้าไปอย่างเต็มตัว ภายหลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย
โรดแมปการปฏิรูปประเทศกำลังเดินหน้าไปอย่างเต็มตัว ภายหลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้แต่งตั้งสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ขึ้นมาอย่างเป็นทางการตั้งแต่หนึ่งเดือนที่ผ่านมา
อย่างที่ทราบกันดีว่า สปท.มีหน้าที่เข้ามาสานงานการปฏิรูปต่อจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และเดินหน้าสร้างความปรองดอง ส่วน กรธ.เข้ามาจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และส่งให้ประชาชนลงประชามติว่าจะเห็นชอบหรือไม่ในช่วงกลางปี 2559
แน่นอนว่าไฮไลต์สำคัญต้องอยู่ที่การทำงานของ กรธ. เนื่องจากจะเป็นผู้เข้ามาเขียนกฎหมายสูงสุดเพื่อปกครองคนไทยทั้งประเทศ ซึ่งหน้าตาของร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่ว่าจะออกมาเป็นอย่างไร ย่อมมีผลต่อทิศทางทางการเมืองของไทยอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
ยิ่งไปกว่านั้นการมีร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ยังเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยกำลังเข้าสู่การเลือกตั้งเพื่อเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านด้วย ซึ่งรัฐบาลและ คสช.ต่างเคยบอกต่อสาธารณะหลายต่อหลายครั้งว่าการเลือกตั้งครั้งใหม่จะมีขึ้นกลางปี 2560
ทว่า ล่าสุด วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กลับบอกว่า ถ้าการปรองดองยังไม่เกิดขึ้น การเลือกตั้งก็ไม่สามารถมีขึ้นได้
ทั้งนี้ การสร้างความปรองดองให้เป็นผลสำเร็จเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งได้นั้น ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับท่าทีและการเอาจริงเอาจังของรัฐบาลด้วย เพราะก่อนหน้านี้ต้องไม่ลืมว่า สปช.ได้ส่งรายงานการศึกษาของคณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง ที่มี เอนก เหล่าธรรมทัศน์ เป็นประธาน ไปให้กับรัฐบาลพิจารณาแล้ว
ดังนั้น รัฐบาลในฐานะผู้ถืออำนาจรัฐ ควรนำรายงานฉบับดังกล่าวมาพิจารณาตามอำนาจหน้าที่เพื่อให้การปรองดองมีความเป็นรูปธรรม เช่น การนิรโทษกรรมให้กับผู้ชุมนุมในอดีตที่มีคดีไม่ร้ายแรง เป็นต้น ไม่ใช่ปล่อยให้รายงานที่ สปช.ลงแรงทำกันมาอยู่ในลิ้นชักที่ทำเนียบรัฐบาล







