posttoday
ตลาดหุ้นจีนรอบนี้ไปต่อได้แค่ไหน??

ตลาดหุ้นจีนรอบนี้ไปต่อได้แค่ไหน??

26 ตุลาคม 2558

โดย...ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.วรรณ [email protected]

โดย...ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.วรรณ [email protected]

เศรษฐกิจของประเทศจีน เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ผมติดตามอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากประเทศจีนมีเศรษฐกิจมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของโลก และเศรษฐกิจจีนครองสัดส่วน  16 % ของมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ทั่วโลก ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจของจีนย่อมส่งผลต่อเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า โดยสัปดาห์ที่ผ่านมาทางจีนประกาศตัวเลข GDP ในไตรมาส3 โดยออกมาเหนือความคาดหมายของตลาดเพียงเล็กน้อย แม้ว่าจะเป็นระดับที่ต่ำกว่าเป้าหมายที่ 7.0% แต่ก็นับว่า เป็นระดับการเติบโตที่สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ที่ระดับ 6.8%ซึ่งผมมองว่าการที่ตัวเลข GDPของจีนที่เติบโตต่ำกว่าเป้าหมายจะเป็นแรงกดดันให้ทางการจีนเร่งออกนโยบายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไปในไตรมาส4ของปีนี้เช่น การกระตุ้นการใช้จ่ายของการบริโภคภายในประเทศ ผ่านมาตรการภาษี อาทิ การปรับลดภาษีรถยนต์ขนาดเล็กที่มีขนาดเครื่องยนต์ 1.6  ลิตรหรือต่ำกว่าซึ่งเป็นรถยนต์กลุ่มนี้มียอดขายคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 70%ของยอดขายทั้งหมดในจีนรวมทั้งการที่รัฐบาลจีนมีแผนการดึงดูดเอกชนให้เข้าร่วมลงทุนในโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานมากขึ้น ผ่านการดำเนินมาตรการลดหย่อนภาษี การจูงใจทางการเงิน และปรับปรุงกระบวนการในการอนุมัติโครงการ โดยมีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมการร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP)ซึ่งนโยบายเหล่านี้ ในช่วงที่ผ่านมาผมมองว่าสามารถสร้างความเชื่อมั่นจากนักลงทุนได้เป็นระยะๆ

ด้านการลงทุนผมมองว่าที่ผ่านมา ทางการจีนได้ใช้ความพยายามอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ลงทุนเช่นกัน ซึ่งการปรับตัวขึ้นตลาดหุ้นจีนในช่วงนี้เชื่อว่ามีหลายองค์ประกอบรวมกัน ส่วนหนึ่งมาจากตลาดเริ่มคาดหวังแผนกระตุ้นเศรษฐกิจอื่นๆเพิ่มเติม โดยเฉพาะการประชุมแผนพัฒนาเศรษฐกิจ 5 ปี เพื่อปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจของจีนในระยะยาว ซึ่งจะมีขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้  ประกอบกับ ตลาดเริ่มเพิ่มน้ำหนักช่วงเวลาการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐออกไปเป็นปีหน้ามากขึ้น ซึ่งส่งผลให้มีกระแสเงินทุนไหลกลับเข้าสู่ตลาดในประเทศกำลังพัฒนา(Develop Market) รวมถึงตลาดหุ้นจีนด้วยเช่นกัน

ด้านความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นจีนในช่วง1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ข้อมูล ณ วันที่ 20 ต.ค. พบว่า ดัชนี CSI 300 ปรับตัวเพิ่มขึ้น  3.85% ซึ่งผลักให้ในรอบ 1 เดือนดัชนีปรับเพิ่มขึ้น 7.15% ขณะที่ YTD ปรับขึ้นเพียง 1.25% คำถามที่ตามมาคือ ตลาดหุ้นประเทศจีนจะกลับมาร้อนแรงเหมือนเดิมหรือไม่ ก่อนอื่นต้องยอมรับว่าการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นจีนในรอบนี้ เรายังไม่เห็นปัจจัยทางเศรษฐกิจทื่ฟื้นตัวอย่างชัดเจน แต่ผมมองว่า การปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นจีนในรอบนี้ สะท้อนถึงการคลายความกังวลของผู้ลงทุนเกี่ยวกับภาวะชะลอตัวรุนแรงของเศรษฐกิจ(Hard Landing)และนับว่าเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงความคาดหวังของผู้ลงทุนต่อความสำเร็จในการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจของจีนผ่านมาตรการต่างๆของทางการจีนเพราะที่ผ่านมาความวิตกดังกล่าวได้สร้างแรงกดดันต่อตลาดหุ้นจีนพอสมควร

นอกจากนี้ ผมมองว่า  ตลาดหุ้นจีนยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่ออย่างน้อยจากนี้อีกประมาณ 2-3 เดือนและมีโอกาสพักตัวบ้างเป็นระยะ สำหรับผู้ลงทุนที่สนใจตลาดหุ้นจีน ช่วงจังหวะนี้สามารถเข้าลงทุนได้ เนื่องจากราคาหุ้นปรับตัวลงค่อนข้างมาก และยังมี upside ให้ปรับขึ้นได้ แต่ผมขอแนะนำให้ตั้งเป้าจุดตัดขาดทุนไว้ เพราะลดความเสี่ยงจากผลขาดทุนที่อาจจะเกิดขึ้น

ในส่วนของกองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนในประเทศจีน และอยู่ภายใต้การบริหารงานของบลจ.วรรณ นั้น เรายังเน้นลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ เช่นเน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มธนาคารรัฐและธนาคารพาณิชย์กลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเราคงมุมมองว่าจะได้รับผลดีจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทางการจีน กลุ่มประกัน และกลุ่มสื่อสารและไอที ซึ่งการลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ นอกจากฐานะการเงินของบริษัทจดทะเบียนเหล่านี้จะมีเสถียรภาพแล้ว หุ้นในกลุ่มที่มีมาร์เก็ตแคปขนาดใหญ่ในตลาดหุ้นประเทศจีน มักจะได้รับการพยุงจากภาครัฐ ผ่านพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนสถาบัน ในกรณีที่ตลาดหุ้นมีความผันผวนเกิดขึ้น

สำหรับปัจจัยหลักๆ ที่ควรติดตามในช่วงนี้ ได้แก่ การส่งสัญญาณการขึ้นของอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ เพราะจะส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของเงินทุนในประเทศ Develop market ในช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้ รวมถึงติดตามผลการประชุมของทางการจีนเกี่ยวกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจ 5 ปี ที่จะมีขึ้นประมาณช่วงปลายเดือนพ.ย. หรือต้นเดือนธ.ค.นี้ ซึ่งหากแผนมีความชัดเจนเป็นรูปธรรมมากขึ้น ก็จะส่งผลต่อ Sentiment เชิงบวกในตลาดหุ้นจีนต่อไป

•นักลงทุนสามารถสอบถามเพิ่มเติมและขอรับร่างหนังสือชี้ชวนได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้าและสนับสนุนธุรกิจที่หมายเลข 02-659-8888 ต่อ 1 ครับ

•“ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI