
ภาระหนังหน้าไฟ
ในที่สุดก็ได้เห็นชื่อ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ
โดย...สุภชาติ เล็บนาค
ในที่สุดก็ได้เห็นชื่อ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ หลัง “เนติบริกร” รุ่นปู่อย่างอาจารย์มีชัย ฤชุพันธุ์ ตัดสินใจเสี่ยงตาย รับเผือกร้อนเป็น “หนังหน้าไฟ” ให้ คสช.
เสี่ยงตายก็เพราะเนติบริกรอย่าง บวรศักดิ์ อุวรรณโณ และกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญชุดที่แล้วถูก คสช.เชือดอย่างเลือดเย็น ด้วยเหตุผลเดียวคือ คสช.ต้องการ “อยู่ต่อ”
กรรมการชุดใหม่ จึงต้องทำงานภายใต้ความกดดันจากหลายฝ่าย ไม่เพียงแต่จากคนไทยที่ต้องการเห็นอนาคตตัวเอง
แต่ฝรั่งมังค่าที่ค้าขายกับคนไทยก็ต้องการเห็นภาพเช่นเดียวกัน ว่าในอีกอย่างน้อย 5 ปีข้างหน้า รัฐธรรมนูญที่เป็นแกนของ “โรดแมป” จะพาประเทศไทยไปทางไหน
ต้องย้ำกันอีกครั้งว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไม่ใช่แค่การ “หาทางลง” ของ คสช.เท่านั้น แต่คืออนาคตของคนไทยที่ต้องการให้สิทธิให้เสียงของตัวเองถูกแสดงออกผ่านรัฐธรรมนูญมากที่สุด
ด้วยเหตุนี้ ยิ่งเขียนรัฐธรรมนูญให้พิสดาร เป็นต้นว่ามี “ฤๅษีผู้รู้” มาใช้อำนาจเหนือประชาชน หรือให้อำนาจพิเศษกับพวกพ้องตัวเองมากเท่าไร ยิ่งมีความเสี่ยงที่ประชาชนจะส่ายหน้ามากเท่านั้น
ขณะเดียวกัน หาก คสช.ยังคุมเข้ม เช่น ห้ามรณรงค์ “ไม่รับร่างฯ” ผลลัพธ์สุดท้ายที่ออกมาก็คงถูกตีตราว่าเป็นของเสียจากเผด็จการ
เพราะใครๆ ก็รู้ดีว่ารัฐธรรมนูญที่ประชาชนถูก “ปืนจี้” ให้รับร่างฯ นั้น จะสร้างปัญหาตามมามากขนาดไหน
นอกจากนี้ ในอนาคตถ้า คสช.อยากล้มร่างฯ เหมือนเคย ครั้งนี้ไม่มีแพะรับบาป มาทำหน้าที่เหมือน สปช.ชุดที่แล้ว
หากจะล้มก็มี 3 ทาง คือ 1.“ลุงตู่” ล้มเองด้วยมาตรา 44 2.คสช.ล้มด้วยการแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราว หรือ 3.ประชาชนล้มผ่านการทำประชามติ “คว่ำ”
ด้วยแรงกดดันทั้งภายใน-ภายนอก จึง “ทุบโต๊ะ” ไปเลยว่า คสช.ไม่อาจตั้งคนเขียนเอง แล้วคว่ำเองอีกแล้ว ขณะที่กรรมการร่างฯ ก็จะทำหน้าที่ “หนังหน้าไฟ” ของ คสช.แบบชิลๆ ไม่ได้อีกต่อไป
เพราะแรงกดดันจากประชาชน รวมถึงสัญญาที่ให้กับต่างชาตินั้น อาจถาโถมมาทับถม “ลุงตู่” ได้ทุกเมื่อ







