posttoday
10 เรื่องที่ต้อง "รู้งี้" ก่อนจบปริญญา ...

10 เรื่องที่ต้อง "รู้งี้" ก่อนจบปริญญา ...

30 กันยายน 2558

โดย ภาววิทย์ กลิ่นประทุม ที่ปรึกษาการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง จำกัด (มหาชน)

โดย ภาววิทย์ กลิ่นประทุม ที่ปรึกษาการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง จำกัด (มหาชน)

1. "ใบปริญญามีวันหมดอายุ" ..หลายคนคิดว่าใบปริญญาไม่มีวันหมดอายุพอเรียนจบแล้วก็เอาใส่กรอบรูปตั้งโชว์สวยๆโดยหารู้ไม่ว่า "มันหมดอายุไปแล้ว !!" ...ลองสังเกตให้ดีว่าความรู้ที่เราเรียนมามันทันสมัยไม่นานคือประมาณว่าจบแล้วต้องรีบหางานทำเพราะถ้าทิ้งไว้เราตามโลกไม่ทัน ..ยิ่งปัจจุบัน Internet ทำให้การเปลี่ยนแปลงของธุรกิจทั่วโลกเต็มไปด้วยโอกาส (แต่โอกาสในที่นี้คือวิกฤตของคนส่วนใหญ่ซึ่งนี่จะเป็นข้อต่อๆไปที่เราต้องร้องว่า "รู้งี้") ..เอาเป็นว่าถ้าไม่อยากให้ใบปริญญาหมดอายุต้องรู้จักหมั่นเติมความรู้หาหนังสือมาอ่านหัดพัฒนาตัวเองโดยการเข้าสัมมนาฟังคนอื่นหาความรู้ใหม่ๆซึ่งไม่จำเป็นต้องเกี่ยวกับใบปริญญาก็ได้แค่นี้ใบปริญญาของเราก็จะไม่หมดอายุ

2.  "ใบปริญญาเป็นเพียงแค่บัตรผ่านประตูในชีวิตจริงเท่านั้น"  ...ใช่แล้ว!! ในชีวิตจริงเขาวัดคนที่ผลงานรายได้ที่เราทำให้บริษัทรายจ่ายที่เราลดให้บริษัทด้วยความรู้หรือ Technology เช่นการเอา Internet มาช่วยลดการทำงานช่วยการบริการและช่วยการติดต่อลูกค้าเพิ่มโอกาสการขายอะไรก็ว่าไป ...ดังนั้นใบปริญญามีประโยชน์แค่ตอนสมัครงานแต่หลังจากที่เราได้งานแล้วเขาไม่สนแล้วว่าเราจบอะไรมานั่นแหละ "วัดฝีมือจริง" ...แล้วตำแหน่งยิ่งสูงเขายิ่งไม่ถามว่าจบอะไรมาเพราะนั่นมันคำถามไว้รับสมัครงานชั้นล่าง (งานแรงงาน) ...งานระดับสูงเงินเดือนล้านเขาถามว่า "คุณทำอะไรสำเร็จมาบ้างแล้วคุณจะสร้างโอกาสสร้างเงินให้กับบริษัทเราอย่างไร" -- ถ้าตอบได้ตำแหน่งคุณน่ะเงินเดือนล้าน !!

3. "คนรวยทุกคนเป็นคนเก่งแต่คนเก่งทุกคนไม่ได้รวย" ..จงเลือกว่าคุณอยากเป็น "คนเก่งที่รวย" หรือ "คนเก่งที่จน" ...ให้รู้ไว้ว่าคนเก่งที่จนมันเกิดจากคนนั้นคิดว่าตัวเองเก่งจึงไม่เคยฟังใครไม่เคยเรียนรู้จากใคร ..คนเหล่านี้ทำงานกับใครไม่ได้เพราะถือความคิดตัวเองเป็นใหญ่คิดว่าตัวเองเก่งไม่เคยฟังคำท้วงติงจากใคร ...เวลาคนเหล่านี้ทำงานผิดพลาดเขาจะพยายามโยนความผิดให้คนอื่นด้วยสมองอันแกมโกงของเขา -- "คนเก่งที่รวย" คนเหล่านี้รักการอ่านชอบการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ..ชอบแก้ปัญหาชอบงานที่คนอื่นไม่กล้าทำเพราะทุกครั้งที่เราทำงานที่ยากและคนอื่นไม่กล้าทำเราจะเห็นโอกาสที่ไม่มีใครเคยเห็น ..เวลาคนเหล่านี้ทำงานพลาดเขาจะโทษตัวเองแล้วเรียนรู้จากความผิดพลาดเพื่อให้ตัวเขาฉลาดขึ้นเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ...ยิ่งล้มเลยยิ่งเก่ง ...คนเหล่านี้ไม่เคยกลัวความล้มเหลว ...อะไรง่ายๆไปให้คนอื่นทำแต่ถ้ายากๆ "ให้กู" เพราะกูคือคนเก่งที่จะรวย !!

4. "จ่ายเงินให้ตัวเองก่อนจ่ายเงินให้คนอื่น" ...คนส่วนใหญ่ไม่เคยรู้ว่า ทั้งชีวิตเราจ่ายเงินให้รัฐบาลเป็นค่าภาษีก่อนที่เราจะได้เงินเดือน พนักงาน office ธรรมดาถ้าเอาภาษีทั้งชีวิตมารวมมันเกินล้านแปลว่าคนเหล่านี้จ่ายเงินให้รัฐบาลเป็นล้านบาทแต่ทั้งชีวิตไม่เคยจับเงินล้าน ..เพราะรายได้เท่าไหร่รายจ่ายมากกว่าเสมอ ...ทางแก้คือ "จ่ายเงินให้ตัวเองก่อน" คือดึงออกเริ่มจาก 10% ของเงินเดือนเพื่อเก็บไว้ลงทุนก่อนใช้จ่ายเสมอ (แล้วค่อยๆเพิ่มขึ้นเป็น 20% 30% 40% ตามเงินเดือนที่สูงขึ้น) ...เพราะอะไรรู้ไหมเพราะการใช้จ่ายมันคือการจ่ายเงินให้คนอื่น ..ลองดูสิ่งที่เราซื้อมาซิมันดีใจตอนซื้อสุดท้ายของเหล่านั้นก็กลายเป็นขยะ ...ของเป็นขยะบ้านเราก็คือ "ถังขยะ" ใบใหญ่ ...ทำงานหนักจ่ายเงินซื้อขยะโคตรแย่ ...เริ่มจ่ายเงินให้ตัวเองแบ่งมาเริ่มลงทุนเพราะ "การลงทุน" จะสร้างเครื่องผลิตเงินที่เลี้ยงเราจนตาย ..ไม่ใช่ขยะที่คุณซื้อมา !!

5. "จงเลือกก่อนเลยว่าจะเป็นคนเงินเดือนสูงหรือคนเงินเดือนน้อย" ..ถ้าอยากเป็นคนเงินเดือนน้อยก็เริ่มหางานง่ายๆงานที่ใครๆก็ทำได้งานสบายแล้วจงหาหัวหน้ามาสั่งงานเรา ..แต่ถ้าอยากได้เงินเดือนเยอะต้องหางานยากๆงานที่ไม่มีใครอยากทำแล้วเป็นงานที่มีหัวหน้าแต่หัวหน้าต้องถามเราว่าต้องทำอะไรทำอย่างไรเพราะงานนั้นอาจไม่มีมาก่อนในองค์กรเป็นสิ่งใหม่ที่เขาต้องความเห็นจากเราหรือเป็นสิ่งยากที่อยากได้คนรับผิดชอบ

6. "งานที่มี Career Path เป็นงานห่วย" ..วันนี้ใครๆก็รู้ว่าผู้บริหารองค์กรปัจจุบันอายุไม่ได้มากเขายังต้องอยู่ตรงนั้นอีกนาน "รักษาเก้าอี้" ดังนั้นงานที่เปิดให้คนรุ่นใหม่คืองานกระจอกงานแรงงานที่สุดท้ายใช้เครื่องจักรทำดีกว่าเขาหลอกโดยเอาคำว่า Career Path หรือตำแหน่งให้เราไต่ขึ้นไปแต่หารู้ไม่ว่าข้างบนเป็นทางตันเพราะผู้บริหารระดับสูงเดี๋ยวนี้ซื้อตัวคนมีประสบการณ์ง่ายกว่า ...ดังนั้นงานที่ดีในองค์กรคืองานที่ไม่มี Career Path เพราะแสดงว่าหน่วยงานนี้เป็นสิ่งใหม่ไม่เคยมีมาก่อนนี่แหละได้ทั้งความรู้และโอกาสที่แท้จริง

7. "อย่าทำงานเพื่อเงินเดือนให้ทำงานเพื่อความรู้"  ..ถ้าตั้งเป้าเป็นเงินจะได้เงินเดือนน้อย ..และไม่มีอนาคตแต่ถ้าตั้งเป้าเป็นความรู้เราจะเห็นโอกาสใหม่ๆเพราะเราเปิดใจที่จะเรียนรู้ ...แล้วคุณจะรู้ว่าแท้จริงแล้วโอกาสหรือ Innovation มันล้วนเกิดในองค์กรเพียงแต่ผู้บริหารเขาไม่ใส่ใจ ...ถึงได้มี Steve Jobs ให้เราเห็น ...ต้องเข้าถ้ำเสือต้องเป็นลูกน้องเพื่อเข้าไปเรียนรู้และหาโอกาสในองค์กร

8. "ให้ฝึกเป็นผู้นำอย่าฝึกเป็นผู้ตาม" ...ในโลกมีคนสองประเภทเท่านั้นคือหนึ่งผู้นำสองผู้ตาม ...ผู้นำรวยกว่าไม่ต้องฉลาดก็ได้แต่ต้องรู้วิธีการนำ ..ผู้ตามส่วนใหญ่เป็นคนเก่งเพียงแต่ไม่รู้วิธีการนำจึงฝึกแต่เป็นผู้ตามรอแต่คำสั่งรอแต่หัวหน้า ...การฝึกเป็นผู้นำคือฝึกนำ ...อะไรที่เราคิดว่าดีเราทำแล้วถ้ามันดีเดี๋ยวคนอื่นตามเองจุดเล็กๆนี้ก็คือวิถีผู้นำ ...ต้องฝึกต้องนำอย่าเอาแต่ทำตาม

9. "ลงทุนให้เป็น" ..เริ่มจาก "วางเงินให้ทำงานให้เป็น" ให้ศึกษาเรื่องออมในหุ้นออมใน Asset ...สร้างเครื่องผลิตเงินสร้างให้มันโตเรื่อยๆแล้ววันนึงเราจะมีอิสรภาพทางการเงินจากสิ่งนี้ ..คนที่ลงทุนเป็นเขามีอิสรภาพทางการเงินก่อนเกษียณเสมอ ...ไม่ใช่เกษียณแล้วจะสบายมันต้องสบายก่อนเกษียณต่างหาก

10. "อย่าหยุดฝัน" เพราะความฝันทำให้เรามีเป้าหมาย ..คนมีเป้าหมายคือคนที่มีอนาคต ...สังเกตง่ายๆว่าเมื่อใดก็ตามที่เราเริ่มหยุดคุยเรื่องความฝันแล้วนั่งคุยแต่เรื่องอดีตเราก็กำลังจะเป็นคนที่หมดอนาคตกลายเป็นคนส่วนใหญ่ที่ใช้ชีวิตไปเรื่อยๆคุยแต่เรื่องอดีตชอบแต่เรื่องน้ำเน่า ...ถ้าอยากมีอนาคตคุยกับคนที่ชอบคุยเรื่องอนาคตอ่านหนังสือที่กระตุ้นให้เรามองเห็นอนาคต ..ทำในสิ่งที่ท้าทาย ...เมื่อใดก็ตามที่งานเรามั่นคงเราเองนั่นแหละที่กำลังจะเป็นอดีต
อย่าหยุดฝัน ...ล้มแล้วลุก ...ยิ่งล้มยิ่งเก่ง ...อะไรง่ายๆให้คนอื่นทำ ...อะไรยากๆให้ "กรู"

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค