posttoday
เริ่มเข้าสู่ฤดูกาลลงทุนเพื่อลดหย่อนภาษี

เริ่มเข้าสู่ฤดูกาลลงทุนเพื่อลดหย่อนภาษี

28 กันยายน 2558

โดย...ดร.ศุภกร สุนทรกิจ กรรมการบริหาร สายงาน Wealth Management บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์ จำกัด

โดย...ดร.ศุภกร สุนทรกิจ กรรมการบริหาร สายงาน Wealth Management บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์ จำกัด

สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่รักทุก ๆ ท่านธนาคารกลางสหรัฐฯ มีมติเป็นเอกฉันท์เพื่อคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่อไปโดยมีเหตุผลหลัก คือ ความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจโลกที่อาจชะลอตัวลง แต่ก็ยังเปิดช่องสำหรับการปรับดอกเบี้ยขึ้นภายในปีนี้ ดังนั้นปัจจัยเสี่ยงของการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ ก็จะยังคงเป็นปัจจัยกดดันตลาดในอนาคตต่อไปแต่ในระยะสั้นก็น่าจะเป็นผลบวกต่อตลาดหุ้นและอัตราแลกเปลี่ยน

วันนี้ผมจะขอพูดคุยเกี่ยวกับข้อมูลการลงทุนเพื่อการลดหย่อนภาษีทั้งจากกองทุน LTF และ RMF ตลอดจนการลงทุนในประกันชีวิตเนื่องจากเรากำลังจะเข้าสู่โค้งสุดท้ายของปีนี้กัน และแน่นอนเป็นฤดูกาลที่เรามักจะเห็นนักลงทุนต่างพากันลงทุนในกองทุน LTF และ RMF เพื่อประโยชน์ทางภาษีและเป็นการลงทุนระยะยาวเพื่อเกษียณอายุ

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมามีเม็ดเงินที่ลงทุนในกองทุน LTF ในช่วงไตรมาส 4 เป็นจำนวน 20,847 ล้านบาท 24,249 ล้านบาท และ 37,272 ล้านบาทตามลำดับ  แน่นอนเม็ดเงินขนาดนี้น่าจะส่งผลดีต่อตลาดหุ้นไทยในช่วงโค้งสุดท้ายได้บ้าง ในขณะที่การลงทุนในกองทุน RMF ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาการลงทุนใน RMF เป็นเม็ดเงิน2,964 ล้านบาทภายในปี 2012 และ 3,447 ล้านบาทในปี 2013 และ 2,745 ล้านบาทในปี 2014 ตามลำดับแม้จะมีปริมาณน้อยกว่า แต่ก็ถือว่า RMF เป็นการลงทุนที่สำคัญต่อการวางแผนเกษียณ เนื่องจากเราสามารถเลือกกระจายเงินลงทุนเพื่อการเกษียณของเราไปยังสินทรัพย์อื่นที่มีความปลอดภัย หรือมีผลตอบแทนที่ค่อนข้างมั่นคง เช่น การลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือกองทุนตราสารหนี้ เป็นต้น

สำหรับกองทุนLTF ที่ผมจะพูดถึงในวันนี้จะแบ่งเป็นกอง LTFแบบปกติและแบบ 70/30 สำหรับนักลงทุนที่อาจกังวลต่อความผันผวนของตลาดหุ้นไทยทั้งนี้ทางฝ่ายบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management)ของ บล. เอเชีย เวลท์ มีการแนะนำกองทุน LTFในไตรมาส 4 โดยพิจารณาจากผลการดำเนินงานช่วงสั้น และกลาง ตลอดจนความสม่ำเสมอของอันดับผลการดำเนินงาน 3 กองทุนแรก ได้แก่

1.Jumbo Plus Dividend Long Term Equity Fund ของบลจ.ทหารไทย

2.Phatra Long Term Equity ของ บลจ.ภัทร

3.Good Corporate Governance LTF ของบลจ.ยูโอบี

แต่สำหรับนักลงทุนบางคนที่มีความกังวลใจต่อตลาดทุนไทยก็สามารถเลือกกองทุนที่มีนโยบาย 70:30โดยลงทุนในหุ้น 70% และอีก 30% ลงทุนในตราสารหนี้ซึ่งถือว่ากองทุนดังกล่าวมีสัดส่วนหุ้นที่ต่ำกว่ากองทุนปกติ ดังนั้นความผันผวนก็จะน้อยกว่าเช่นกัน ตัวอย่างของกองทุนประเภทนี้ที่เราแนะนำ เช่น กองทุนKrungsri Dividend Stock 70/30 LTFเป็นต้น

สำหรับกองทุน RMF นั้น ปีนี้ผมยังคงแนะนำการกระจายความเสี่ยงไปยังกลุ่ม Property Fund เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดหุ้นไทยและยังคงได้รับผลตอบแทนที่สม่ำเสมอจากเงินปันผล เช่น กองทุน CIMB iPROP RMF ที่ในปีนี้สามารถสร้างผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีถึงร้อยละ 12.41 (YTD Return ณ วันที่ 11 กันยายน 2558)  แต่ถ้านักลงทุนสามารถรับความเสี่ยงได้ หรืออยากกระจายการลงทุนไปยังต่างประเทศ ปีนี้ก็มีบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ออกกองทุน RMF ที่ลงทุนในกลุ่ม healthcare ซึ่งผมมองว่ายังเป็นกลุ่มที่น่าสนใจลงทุนอยู่ โดยเฉพาะการลงทุนระยะยาวเป็นกอง RMF เช่นกองทุนThanachart Global Healthcare RMFเป็นต้น

สุดท้ายนับเป็นข่าวดีสำหรับปีนี้ที่ทางกรมสรรพากรได้ประกาศให้เราสามารถนำเงินลงทุนจากประกันภัยแบบบำนาญไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 200,000 บาทจากเดิมที่ 100,000 บาท ก็ยังเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ท่านผู้อ่านสามารถวางแผนการเกษียณและลดหย่อนภาษีได้ดียิ่งขึ้น
ขอให้ท่านผู้อ่านทุกท่านโชคดีกับการลงทุนครับ

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน