posttoday
อยากไปต่างประเทศ .. ไปด้วยตัวเอง หรือผ่านกองทุนดี

อยากไปต่างประเทศ .. ไปด้วยตัวเอง หรือผ่านกองทุนดี

24 กันยายน 2558

คำถามฮิตช่วงนี้ “อยากกระจายการลงทุนไปต่างประเทศ แต่ไปประเทศไหนดี แล้วจะไปยังไง..?”

โดย บลจ.ธนชาต

คำถามฮิตช่วงนี้ “อยากกระจายการลงทุนไปต่างประเทศ แต่ไปประเทศไหนดี แล้วจะไปยังไง..?”

นาทีนี้หุ้นไทยคงทำหลายคนอึดอัดไม่น้อย เพราะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบๆ ที่ 1370-1390 จุด หลายคนเลยเปลี่ยนทิศเริ่มมองหาโอกาสจากที่อื่นๆ ที่มีอยู่ทั่วโลก ซึ่งนอกจากจะคิดว่าไปไหนดีแล้ว ยังต้องคิดด้วยว่าจะไปยังไงดี จะไปลงทุนด้วยตัวเองผ่านการเปิดพอร์ตบริษัทหลักทรัพย์ในไทย หรือ จะไปต่างประเทศผ่านกองทุนรวมที่มีให้เลือกมากมายดี

จริงๆ คงไม่มีคำตอบตายตัวนะครับ บางคนอาจจะถนัดเลือกหุ้นด้วยตัวเองมากกว่าที่จะฝากให้ใครบริหารเงินให้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าต้องศึกษาข้อมูลให้รอบด้านมากขึ้น และแม้ว่าปัจจุบันอินเทอร์เน็ตจะช่วยปิดช่องว่างนี้ในระดับที่มากพอควรแล้วก็ตาม แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าขนาดตลาดหุ้นไทยเอง เราอยู่กับตลาด สัมผัสด้วยตัวของเราเอง ข่าวสารก็หาง่ายกว่า บางเรื่องก็เดาได้ เรียกว่ารู้พฤติกรรมในระดับหนึ่ง...แต่จะเห็นได้ว่าแม้แต่การลงทุนในไทยก็ยังไม่ใช่เรื่องง่ายอยู่ดี

เมื่อลองเปรียบเทียบการลงทุนด้วยตัวเองกับลงทุนผ่านกองทุนรวม ก็พบข้อดีของการลงทุนต่างประเทศผ่านกองทุนรวมอยู่ ประมาณ 4 ประเด็น คือ

ประเด็นแรก จำนวนเงินขั้นต่ำ เท่าที่ผมลองตรวจสอบดูคร่าวๆ พบว่า ถ้าไปลงทุนต่างประเทศแบบเปิดพอร์ตหลักทรัพย์ด้วยตัวเองนั้น ต้องมีเงินอย่างน้อย 500,000 บาท ถึงจะสามารถเปิดพอร์ตได้ และอาจซื้อหุ้นได้เพียงตัวสองตัวเท่านั้น แต่สำหรับการลงทุนในต่างประเทศผ่านกองทุนรวมจะใช้เงินต่ำกว่า 500,000 บาทแน่นอน เรียกว่าให้โอกาสผู้ลงทุนค่อยๆสะสมการลงทุนในรูปแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน (DCA) ซึ่งวิธีดังกล่าวทำให้เราสามารถกระจายความเสี่ยงได้อีกทางหนึ่ง รวมทั้งยังสามารถซื้อหุ้นได้หลากหลายตัวมากกว่าด้วยนั่นเอง

ประเด็นต่อมา ความยุ่งยากในการทำธุรกรรม อย่างการเปิดพอร์ตด้วยตัวเองนั้น อย่างน้อยก็ต้องมีสัญญาซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศ หนังสือมอบอำนาจซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยน อากรแสตมป์ ส่วนการลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศก็จะเหมือนกับการลงทุนในกองทุน คือใช้แค่บัตรประชาชนกับสมุดบัญชีเงินฝาก เพราะธุรกรรมต่างๆที่ว่ามานั้น บริษัทได้จัดการดำเนินการจัดทำให้แต่ละกองทุนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผู้ลงทุนจึงไม่ยุ่งยากอะไร

อีกประเด็นที่น่าสนใจไม่น้อย คือ ค่าธรรมเนียมที่หากลงทุนผ่านกองทุนรวมจะมีแนวโน้มประหยัดค่าใช้จ่ายกว่า เพราะการลงทุนในกองทุนรวม เงินก้อนใหญ่กว่าก็ย่อมเฉลี่ยค่าใช้จ่ายทำให้ต้นทุนเฉลี่ยต่ำกว่าการไปลงทุนด้วยตัวเองตามกฎ Economy of Scale อยู่แล้ว

ประเด็นสุดท้าย คือ ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน เราต้องยอมรับว่าการไปลงทุนในต่างประเทศนั้น ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ขึ้นลงทุกวัน เมื่อค่าเงินแข็งค่าหรืออ่อนค่าอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อเงินลงทุนได้ และการป้องกันความเสี่ยงผ่านกองทุนรวมก็ไม่ยุ่งยาก เพราะผู้จัดการกองทุนจะเป็นคนบริหารความเสี่ยงด้านนี้ให้กับเราโดยที่เราไม่ต้องติดตามความเคลื่อนไหวด้วยตัวเอง ซึ่งในบางครั้งก็ทำให้กองทุนได้กำไร และปิดโอกาสที่จะขาดทุนได้

แต่ก็ต้องบอกว่า ทั้งหมดนี้เป็นมุมมองของผมในฐานะที่อยู่ในธุรกิจกองทุนรวม ซึ่งอาจจะไม่ได้ถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะถ้าผู้ลงทุนท่านใดที่มีความเชี่ยวชาญ หรือ ถนัดที่จะไปลงทุนด้วยตัวเอง ...การไปเปิดพอร์ตด้วยตัวเองก็ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะสามารถเลือกหุ้นที่สนใจและมั่นใจได้ เรียกง่ายๆ ว่า ควบคุมพอร์ตการลงทุนได้ด้วยตัวเอง

ทั้งนี้ อยากให้ผู้ลงทุนตระหนักไว้เสมอว่า โอกาสการลงทุนมีอยู่ทั่วโลก การจำกัดตัวเองอยู่แต่ในประเทศเพียงอย่างเดียว ก็ไม่ต่างกับการปิดโอกาสของตัวเอง ดังนั้นเราควรพยายามมองหาโอกาสเพื่อลดความเสี่ยง และเริ่มคิดที่จะไปลงทุนต่างประเทศบ้าง ไม่ว่าจะไปลงทุนด้วยตัวเอง หรือลงทุนผ่านกองทุนรวมก็ตามครับ

อยากไปต่างประเทศ .. ไปด้วยตัวเอง หรือผ่านกองทุนดี

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค