
สมคิด3.0
ฟิลิป คอตเลอร์ ปรมาจารย์ด้านการตลาดระดับโลก ระบุว่า ในปัจจุบันโลกเข้าสู่การตลาดยุค 3.0
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
ฟิลิป คอตเลอร์ ปรมาจารย์ด้านการตลาดระดับโลก ระบุว่า ในปัจจุบันโลกเข้าสู่การตลาดยุค 3.0
การตลาดระยะแรก หรือ การตลาด 1.0 เน้นการผลิต ต่อมาเป็นการตลาด 2.0 เน้นลูกค้า ส่วนการตลาด 3.0 เป็นการตลาดสร้างความติดตรึงระดับจิตวิญญาณ
หากเทียบเคียงแล้ว นโยบายเศรษฐกิจที่นำโดยสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ และศิษย์เอกของคอตเลอร์ ก็น่าจะเรียกว่า นโยบายเศรษฐกิจสมคิด 3.0
ลองไล่ลำดับเวลา ยุคสมคิด 1.0 น่าจะเกิดสมัยก่อตั้งพรรคไทยรักไทยใหม่ๆ เมื่อครั้งโน้น ยุคสมคิด 2.0 เกิดหลังยุบสภาที่นำไปสู่การเลือกตั้งและไทยรักไทยชนะเกินครึ่ง ยุคสมคิด 3.0 กลับมาสมัยรัฐบาล คสช.นี่เอง
หัวใจของนโยบายสมคิด 3.0 ก็คือการใช้กลยุทธ์การตลาด ประยุกต์กับนโยบายเศรษฐกิจ สร้างเป็นนโยบายเศรษฐกิจการเมือง
ถ้าสังเกตให้ดี สมคิด 3.0 ที่ออกมา หลายมาตรการไม่แตกต่างจากทีมเศรษฐกิจชุดเก่าที่เพิ่งพ้นตำแหน่ง
แต่สมคิด 3.0 จัดหนักกว่า และเปลี่ยนส่วนผสมการตลาดให้แตกต่างออกไป
อย่างนโยบายกองทุนหมู่บ้าน ทีมเศรษฐกิจชุดเดิมก็ใส่เงินลงไป แต่สมคิด 3.0 ใส่เงินมากกว่าเก่า แถมแจกยังตำบลทั่วประเทศด้วย
การช่วยเหลือธุรกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม ทีมเก่าก็มี แต่สมคิด 3.0 ให้เงินกู้นานกว่า แถมลดภาษีให้อีก ฯลฯ
สมคิด 3.0 เริ่มเปิดตัว โดยมีสมคิดและทีมงานเป็นพรีเซนเตอร์ และช่วงถัดไปจะมีแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ มาสร้างความจำได้หมายรู้ นั่นคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ จะมาคิกออฟตอกย้ำนโยบายทั้งหมด
เรียกได้ว่า สมคิด 3.0 ใช้ส่วนผสมการตลาดในนโยบายเศรษฐกิจการเมืองเต็มรูปแบบ เป้าหมายคือสร้างความเชื่อมั่นในหมู่นักลงทุนและประชาชน
แน่นอนว่า กลิ่นอายสมคิด 3.0 ไม่ต่างจากสมคิด 1.0 และสมคิด 2.0 นัก เห็นได้จากความเห็นนักเศรษฐศาสตร์เกินครึ่งของกรุงเทพโพลล์ ระบุว่า นโยบายกองทุนหมู่บ้าน เป็นประชานิยม
แต่สิ่งที่น่าสนใจ ก็คือ โพลนักเศรษฐศาสตร์อีกเช่นกัน เชื่อมั่นในสมคิด 3.0 ถึง 62%
เท่ากับว่าสมคิด 3.0 เปิดตัวได้อย่างน่าพอใจ
ส่วนจะติดตลาด เกิดความเชื่อมั่นอย่างยั่งยืน ทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้จริงหรือไม่
เรื่องนี้ขอตีตั๋วดูกันอีกยาว







