posttoday
นิทานเรื่องกบที่ถูกต้มกับการจัดพอร์ทการลงทุนในโลกแห่งความไม่แน่นอน

นิทานเรื่องกบที่ถูกต้มกับการจัดพอร์ทการลงทุนในโลกแห่งความไม่แน่นอน

12 กันยายน 2558

โดย ธีระ ภู่ตระกูล CFP® นายก สมาคมนักวางแผนการเงินไทย

โดย ธีระ ภู่ตระกูล CFP® นายก สมาคมนักวางแผนการเงินไทย

เดือนสิงหาคม ถือเป็นเดือนที่โหดมากสำหรับนักลงทุนหลายคน ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ชั้นนำส่วนมากจะมีมูลค่าลดลงประมาณร้อยละ 10-15 ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน ข้อยกเว้นเดียวคือ ทองคำ ซึ่งมีการลดมูลค่าลงร้อยละ 30 ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไม่ได้มีผลการดำเนินการที่แย่มากนัก โดยดัชนีปรับลดลงเพียงร้อยละ 8 ถึงแม้ว่ามีข่าวร้ายเกี่ยวกับการก่อการร้ายสากลใจกลางกรุงเทพฯ และการปฏิรูปรัฐธรรมนูญที่ล้มเหลว ซึ่งใช้เงินภาษีของประชาชนไปเป็นพันล้านบาท สำหรับเงินเดือนของผู้แทนที่ได้รับการแต่งตั้งโดยคณะรัฐบาลทหาร และการเลื่อนอย่างไม่มีกำหนดของการเลือกตั้งครั้งต่อไป ที่แย่ไปกว่านั้น ธนาคารกลางสหรัฐฯ ประกาศความประสงค์ที่จะเพิ่มอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นภายในเดือนกันยายน หรือไม่เกินเดือนธันวาคมเป็นอย่างช้า ซึ่งถือเป็นจุดจบของเงินถูก ยิ่งไปกว่านั้น เราได้เห็นการละลายตัวของตลาดจีน ในเวลาเดียวกับที่ผู้นำในกลุ่มประเทศยุโรปยังลังเลเกี่ยวกับ Grexit

จากการที่ไม่มีทางออกสำหรับวิกฤติหนี้ในยุโรป และการกลับคืนสู่ระบบประชาธิปไตยอย่างเต็มรูปแบบในประเทศไทย ผมยังไม่สามารถมองโลกในแง่ดีได้ และคงไม่เป็นเรื่องยากที่จะเห็นความไม่แน่นอนในตลาดหลักทรัพย์ต่อไปอีกจนถึงสิ้นปีนี้ เพราะฉะนั้น นักลงทุนควรทำอย่างไร ปกติ ผมจะบอกให้ลูกค้าผมพลิกวิกฤติของความไม่แน่นอนให้เป็นประโยชน์ ตลาดตราสารทุนส่วนมากจะปรับตัวเองอยู่เป็นประจำ เป็นเรื่องที่แปลกหากไม่มีการปรับตัวในช่วงระยะเวลาหนึ่งปี ไม่ว่าจะเจ็บปวดแค่ไหนที่ต้องเผชิญกับเหตุการณ์เช่นนี้ แต่การปรับตัวของตลาดหุ้นถือเป็นส่วนหนึ่งของการลงทุนในตราสารทุน ที่ผ่านมา การหดตัวร้อยละ 5 หรือมากกว่า จะเกิดขึ้นโดยเฉลี่ย 3.5 ครั้งต่อปี และการหดตัวในระดับร้อยละ 10 หรือมากกว่า จะเกิดขึ้นโดยเฉลี่ยปีละครั้ง หากพอร์ทการลงทุนของคุณมีความหลากหลาย คุณควรจะลงทุนระยะยาวต่อไป และจะต้องมีวินัยในการยึดหลักค่าเฉลี่ยต้นทุน (Dollar Cost Averaging)

สิ่งเหล่านี้ดำเนินไปด้วยดี แต่ในช่วงหลัง มีบางอย่างที่ทำให้ผมนอนไม่หลับ และไม่ใช่เพราะภริยาผมนอนกรน แต่เป็นการอุปมาของกบที่ถูกต้ม นิทานเรื่องนี้คือ เมื่อเราเอากบไปวางไว้ในกระทะ ซึ่งมีน้ำในระดับอุณหภูมิห้อง กบตัวดังกล่าว ไม่มีความจำเป็นที่ต้องเคลื่อนย้ายไปไหน แต่เมื่อมีความร้อนใต้กระทะ ทำให้อุณหภูมิของน้ำในกระทะเริ่มร้อนขึ้นอย่างช้าๆ กบจะค่อยๆ ปรับตัวให้เข้ากับอุณหภูมิของน้ำที่เพิ่มขึ้น  และหากไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างกระทันหัน กบก็จะหลับลง และถูกต้มจนถึงแก่ความตาย

เหมือนกบตัวดังกล่าว คนเราจะไม่สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงทีละน้อยในสภาพแวดล้อมของตนเอง ในบ้าน หรือในสังคมโดยรวม คนเราจะไม่มีความรู้สึกอะไรกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เพราะเรามักจะปรับตัวได้ คนเราทำในสิ่งที่บรรพบุรุษของเราได้ทำมา คือ ปรับตัว หรือไม่ก็ต้องเจอกับความพินาศ ในการปรับตัว คนเราจะเรียนรู้ที่จะไม่สนใจการลดคุณภาพชีวิตของพวกเขาอย่างช้าๆ เขาจะไม่มีความรู้สึกต่อสถานการณ์ที่ทำให้บรรพบุรุษของพวกเขา “กระโดดออกจากกระทะ”
ในช่วงปีที่ผ่านมา ผมพยายามมากที่จะปรับตัวให้เข้ากับสังคมที่เราอาจต้องติดคุกเป็นเวลา 18 ปี สำหรับการแสดงเสรีภาพในการพูดการเขียน ของการถูกยึดหนังสือเดินทางโดยไม่มีเหตุผลที่ฟังขึ้น หรือการถูกดำเนินคดีในศาลทหารถึงแม้เราเป็นสามัญชน

ทางด้านเศรษฐกิจค่าเงินบาทตกต่ำที่สุดในรอบเก้าปีแต่ส่งออกยังคงเหมือนคนเป็นโรคโลหิตจาง สิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นแรงผลักดันเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชีย ตอนนี้เราเป็นคนป่วยแห่งเอเชีย ผมเพียงแต่หวังว่า สิ่งเหล่านี้ไมได้เป็น “new normal” สำหรับประเทศไทยในศตวรรษที่ 21

แต่อย่างน้อยมนุษย์เราและกบมีความแตกต่างกัน กบจะไม่คิด แต่จะตอบสนอง กบจะไม่เลือก แต่จะแสดงปฏิกิริยาโดยสัญชาตญาน ส่วนมนุษย์จะมีความคิดและสามารถเลือกได้ พวกเขาสามารถลุกตื่นขึ้นจากความพึงพอใจ และเลือกผลลัพธ์ที่แตกต่างออกไปให้กับพวกเขาเอง พวกเขาสามารถเลือกทางเลือกที่สำคัญเมื่อพวกเขาได้ตระหนักถึงสถานการณ์ในด้านหน้าของพวกเขา

ผมเชื่อว่า ถึงเวลาแล้วสำหรับนักลงทุนที่ต้องกระโดดออกจากกระทะ โดยแบ่งการลงทุนไปต่างประเทศ และไม่เก็บไข่ทุกฟองในตลาดไทยเพียงแห่งเดียว

ผู้อ่านสามารถส่งคำถามเกี่ยวกับการเงินส่วนบุคคลให้ผมได้ที่ [email protected]

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค