
ไม่ได้อะไร
ละครฉากใหญ่จบลงเมื่อ “คนกันเอง” ที่แต่งตั้งกันเอง
โดย...คุณบ๊งเบ๊ง [email protected]
ละครฉากใหญ่จบลงเมื่อ “คนกันเอง” ที่แต่งตั้งกันเอง และลากมาเขียนรัฐธรรมนูญกันเอง ถูกล็อบบี้ให้คว่ำรัฐธรรมนูญของ “พลเมือง” ไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
ฆ่า บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ รวมถึงพวก “โลกสวย” ทั้งจากสถาบันพระปกเกล้า และพวกเอ็นจีโอ ตายเรียบ
เรื่องตลกก็คือเหตุผลที่ตัดสินใจคว่ำนั้น มีน้อยคนที่ตอบว่าเป็นเพราะ “รัฐธรรมนูญไม่ดี” แต่ส่วนใหญ่ที่ตัดสินใจคว่ำนั้น กลับเป็นเพราะอยากให้ลุงตู่ “อยู่ต่อ” ตามเสียงกระซิบจากบิ๊ก คสช.
เพราะขืนปล่อยให้รีบเข้าสู่โหมดเลือกตั้งนั้น “เขา” กลับมาแน่
ด้วยโรดแมปที่ลากยาวออกไปเรื่อยๆ อย่างน้อย “ลุงตู่” จะต้องนั่งคร่อมในตำแหน่งผู้นำฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการ ไปจนถึงเดือน ก.ย. 2560 หรืออีกอย่างน้อย 2 ปี
นี่ยังไม่นับว่า หาก “กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ” ชุดใหม่ เขียนรัฐธรรมนูญแย่ๆ ยึดหลักการ “ลากตั้ง” และฝักใฝ่ “อำนาจพิเศษ” จนประชามติไม่ผ่าน หรือกรรมการเกิดร่างรัฐธรรมนูญไม่ทันตามเวลาที่กำหนด จะทำให้โรดแมปล่าช้าออกไปอีกนานแค่ไหน
แล้วหากสารพัดโครงการประชานิยมในมือ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ไม่ได้ผล ก็มีความเป็นไปได้เหมือนกันที่รัฐนาวาลุงตู่จะลากยาวต่อไปอีก เพราะเจตนารมณ์ของทหารชัดเจนว่า ไม่ต้องการจะส่งมอบประเทศในสภาวะที่สะบักสะบอม
แต่ไม่ว่าจะลากยาวเพียงใด ทั้งหมดก็ยังอยู่ภายใต้สถานการณ์เดิมๆ คือห้ามวิพากษ์วิจารณ์ ห้ามแสดงความเห็นแย้ง ตัวอย่างที่แสดงให้เห็นคือ พิชัย นริพทะพันธุ์ ที่ถูกลากไปปรับทัศนคติอีก 7 วัน เพื่อเป็นหลักประกันว่า หากปล่อยออกมาแล้วจะไม่แสดงความเห็นแย้งกับรัฐบาลทหารอีก
ทำให้เห็นว่าสิ่งที่รัฐบาลนี้เป็นห่วงที่สุดคือเสียงวิพากษ์ เพราะในวันที่ลุงตู่กราดเกรี้ยวใส่ “นักการเมือง” ไปทั่ว แต่เมื่อนักการเมืองโต้ทหารกลับบ้าง กลายเป็นว่าทหารกลับใช้อำนาจที่ตัวเองสถาปนาขึ้นเอง จับคนวิจารณ์ไปขัง
ยิ่งเวลาผ่านไป และยิ่งแม้จะมีอำนาจมากเท่าไหร่ แต่ทหารก็ยังรู้สึก “ไม่มั่นคง” เหมือนเดิม
ชัดเจนว่าการ “แอ๊บกลาง” สร้างความปรองดอง ตั้งหน้าตั้งตาทำงาน ไม่วิจารณ์ใคร นอกจากจะไม่ได้ทำให้ผลงาน “การปฏิรูป” ออกมาได้แล้ว ยังทำให้เสียแฟนคลับกลุ่มฮาร์ดคอร์ไปอีก
ด้วยเหตุนี้ ลุงตู่จึงต้องออกมาวิจารณ์ “นายเก่า” ของเขาถ้วนหน้า ไม่ว่าจะเป็นนายทักษิณ ไม่ว่าจะเป็น น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพื่อคืนความสุขให้กองเชียร์กลุ่มเดิมๆ ที่เกลียดทักษิณเข้าไส้ สนับสนุนเขาอย่างหนาแน่น
สถานการณ์กลับมาเป็นแบบเดียวกับหลังปฏิวัติใหม่ๆ นั่นหมายความว่า หลังรัฐประหาร 22 พ.ค. 2557 ผ่านมา 1 ปี 4 เดือน ไม่มีความเปลี่ยนแปลงอะไรเลย
ยิ่งตอกย้ำว่าในยุค “โลกาภิวัตน์” การประคับประคองประเทศโดยรัฏฐาธิปัตย์ ยากกว่าคำพูดที่เคยพูดไว้ว่า “บริหารประเทศไม่เห็นจะยากตรงไหน” มากนัก







