มองไม่เห็นหรือ?

วันที่ 10 ก.ย. 2558 เวลา 08:59 น.
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย

เป็นเกมที่ลืมหายใจ เมื่อนักฟุตบอล ช้างศึก-ทีมชาติไทย ไล่ตีเสมอกับทีมชาติอิรัก 2-2 เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนเอเชีย กลุ่มเอ ด้วยชื่อชั้นของทีมไทยห่างจากอิรักมาก

ทีมช้างศึก ทำให้คนไทยสามัคคีกันโดยไม่นัดหมาย

กีฬาจึงเป็นยาวิเศษขนานเอกในการสร้างความสมานฉันท์ของคนในชาติ โดยได้พิสูจน์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าในการแข่งขันกีฬาหลากหลายประเภท

ทั่วโลกก็มีตัวอย่างในการใช้กีฬา แก้ปัญหาของคนในชาติ อย่างเช่นที่แอฟริกาใต้

แอฟริกาใต้เคยเป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยการนองเลือด ความรุนแรง จากการต่อสู้กันระหว่างคนผิวขาวกับคนผิวดำ 

ในปี 2537 แอฟริกาใต้เกิดจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อ เนลสัน แมนเดลา ชนะเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีผิวดำของประเทศ

ทว่า ชัยชนะของคนดำทางการเมือง ไม่ได้ทำให้ความแตกแยกในแอฟริกาลดน้อยลง โดยประธานาธิบดี เนลสัน พยายามใช้นโยบายมากมายเพื่อแก้ปัญหา

แต่สิ่งที่เป็นกุญแจหลัก ไขเข้าไปในหัวใจคนแอฟริกาทั้งคนดำ คนขาว ให้เปิดสู่กัน นั่นคือ กีฬารักบี้

ประธานาธิบดี เนลสัน สนับสนุนทีมรักบี้ของแอฟริกาใต้ที่เรียกว่า สปริงบ็อก โดยรณรงค์ ส่งเสริม ให้คนผิวดำหันมาเล่นรักบี้ จากเดิมที่รักบี้เป็นเกมอภิสิทธิ์ชนของคนขาวเท่านั้น

เยาวชนคนดำเล่นรักบี้มากขึ้น คนผิวดำ กลายเป็นนักกีฬารักบี้ทีมชาติ

ถัดมาในเวลาไม่นานนัก แอฟริกาใต้ได้เป็นเจ้าภาพแข่งขันรักบี้โลก ปรากฏว่าคนแอฟริกาใต้ผิวดำต่างส่งเสียงเชียร์ทีมของตัวเอง ขณะที่คนขาวร้องเพลงชาติที่เป็นภาษาซูลู ลืมความแตกต่าง ลืมความเจ็บปวดในอดีตไปสิ้น 

ครั้งนั้นทีมสปริงบ็อก พลิกความคาดหมายได้เป็นแชมป์โลก พร้อมๆ กับชัยชนะครั้งสำคัญสุดของแอฟริกาที่ลบรอยแผลในหัวใจของคนในชาติได้สำเร็จ

จึงเป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างยิ่งที่คณะทหาร รวมถึงรัฐบาลไม่ได้ให้ความสนใจ ไม่ใช้ประโยชน์จากกีฬาเลย

เอาเฉพาะแค่ถ้าวันอังคารที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไปปรากฏตัวเชียร์ทีมช้างศึกเพียงครั้งเดียว ผลที่ได้จะดีกว่าออกทีวีทุกวันศุกร์ ทั้งปีเสียอีก

เสียดายจริงๆ ที่มองไม่เห็นและทิ้งโอกาสไปเรื่อยๆ