
หุ้นไทยแกว่งตามหุ้นโลก
โดย...พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ, CFP, ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ธนชาต จำกัด (มหาชน)
โดย...พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ, CFP, ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ธนชาต จำกัด (มหาชน)
ตลาดหุ้นไทยยังคงถูกกดดันจากแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะจีน รวมถึงความผันผวนของตลาดการเงินโลก ส่วนร่างรัฐธรรมนูญที่ตกไป แค่ส่งผลลบทางจิตวิทยาบ้าง
ศุกร์ที่ผ่านมา ดาวโจนส์ปรับลง 1.66% ตลาดหุ้นยุโรปร่วง 2.7% ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับช่วงเวลาที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
ตัวเลขการจ้างงานล่าสุดของสหรัฐไม่ได้สร้างความชัดเจนว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้หรือไม่
การจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐเพิ่มขึ้น 173,000 ตำแหน่งในเดือนส.ค. แม้จะต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 220,000 ตำแหน่ง แต่มีการทบทวนปรับขึ้นตัวเลขเดือนก่อนหน้าอีก 44,000 ตำแหน่ง อัตราว่างงานลดสู่ระดับ 5.1% ต่ำสุดในรอบ 7 ปี ขณะที่ค่าจ้างเฉลี่ยต่อชั่วโมงเพิ่มขึ้น 2.2% ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา
ฝ่ายหนุนเฟดขึ้นดอกเบี้ยมองว่า เครื่องชี้เศรษฐกิจและการจ้างงานในสหรัฐที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จะหนุนให้เงินเฟ้อดีดตัวกลับขึ้นสู่เป้าหมายของเฟดที่ 2%
ข้อมูลเหล่านี้เพียงพอที่จะหนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมคณะกรรมการธนาคารกลางสหรัฐในวันที่ 16-17 ก.ย.นี้ ราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ที่ร่วงลง แค่ทำให้ต้องใช้เวลามากขึ้นในการหนุนอัตราเงินเฟ้อสู่เป้าหมาย แต่ทิศทางไม่เปลี่ยน
ฝ่ายค้านมองว่า การปรับขึ้นดอกเบี้ยจะยิ่งเพิ่มความผันผวนให้กับตลาดการเงิน และตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ ดอลลาร์จะยิ่งแข็งค่าขึ้น ซึ่งนอกจากจะถ่วงการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและการคาดการณ์เงินเฟ้อของสหรัฐแล้ว จะซ้ำเติมตลาดการเงินทั่วโลก โดยเฉพาะตลาดอีเมอร์จิ้ง
ขณะนี้เงินเฟ้อยังอยู่ในระดับต่ำมาก ตลาดการเงินโลกยังผันผวนสูง เฟดควรรอดูข้อมูลเพิ่มเติมค่อยตัดสินปรับขึ้นดอกเบี้ย
โอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนนี้ยังก้ำกึ่ง และเปลี่ยนได้ตลอด ซึ่งจะเขย่าตลาดการเงินโลกเป็นระยะ
การที่เศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง และเร็วกว่าภูมิภาคอื่น ทำให้เฟดมีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยก่อนธนาคารกลางอื่น เรียกว่า ขึ้นดอกเบี้ยแน่ แค่ถกเถียงกันเรื่องจังหวะเวลาในการปรับขึ้นเท่านั้น
นักลงทุนจึงทยอยปรับพอร์ตล่วงหน้า ที่เห็นชัดเจนคือ ลดพอร์ตการลงทุนในตลาดหุ้นอีเมอร์จิ้ง จนกดดันสกุลเงินของตลาดอีเมอร์จิ้งให้อ่อนค่าลง ช่วง 1-2 เดือนข้างหน้าตลาดหุ้นไทยยังคงถูกหางเลขจากการปรับลดพอร์ตนี้ต่อไป
ด้านตลาดหุ้นจีนจะกลับมาเปิดทำการอีกครั้ง หลังหยุดยาวไป 4 วัน ต้องตามดูกันว่า การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนจะตามหลอนหุ้นจีน และสินค้าโภคภัณฑ์มากน้อยแค่ไหน
แม้ความผันผวนของตลาดหุ้นจีนจะลดลงจากช่วงครึ่งหลังของเดือนส.ค. แต่ยังห่างไกลจากภาวะปกติ เศรษฐกิจเอเชียเชื่อมโยงกับจีนสูง ความผันผวนจากจีนจึงสะเทือนตลาดหุ้นเอเชีย
จีนยังเป็นผู้นำเข้าสินค้าโภคภัณฑ์รายยักษ์ของโลก การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนจึงกดดันราคาสินค้าโภคภัณฑ์ รวมถึงราคาหุ้นกลุ่มพลังงานและเหมืองแร่
ด้านปัจจัยในประเทศ สปช.โหวตไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ด้วยคะแนนเสียง 135 ต่อ 105 เสียง ส่งผลให้การเลือกตั้งตามโรดแมปเดิมในเดือน ก.ย.59 ต้องถูกเลื่อนออกไปเป็นปี 60 เพื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ข่าวนี้อาจส่งผลลบทางจิตวิทยาบ้าง
นักธุรกิจและนักลงทุนโดยเฉพาะชาวต่างชาติที่เคยรอความชัดเจนทางการเมือง ก็คงจะเลื่อนการตัดสินลงทุนออกไปอีก อย่างไรก็ดี รัฐบาลชุดนี้จะมีเวลามากขึ้นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน นอกจากนั้น ความต่อเนื่องในการบริหารราชการแผ่นดิน จะช่วยกระตุ้นกลุ่มที่เคย “เกียร์ว่าง” ให้เดินหน้าทำงานเร็วขึ้น
ด้านมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ หลังทำคลอดมาตรการระยะที่ 1 รมว.คลังจ่อเสนอมาตรการระยะที่ 2 ที่เน้นให้ความช่วยเหลือกลุ่ม SME เข้าสู่การพิจารณาของครม.เร็วๆ ซึ่งอาจกระตุ้นการเก็งกำไรในหุ้นที่คาดว่าจะได้ประโยชน์
หลังฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดที่ 1292 จุด ดัชนี SET เริ่มอ่อนแรง การปรับลดพอร์ตลงทุนในตลาดหุ้นเกิดใหม่ยังไม่จบ ต่างชาติยังขายหุ้นไทย จึงมีความเสี่ยงที่จะถอยลงมาย่ำฐานที่ 1355 หรือ 1333 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1380-1386 จุด
สรุปได้ว่า แนวโน้มการปรับขึ้นดอกเบี้ยเฟด การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะจีน รวมถึงความผันผวนของตลาดการเงินโลกจะสร้างความผันผวนให้กับตลาดหุ้น ส่วนร่างรัฐธรรมนูญที่ตกไป แค่ส่งผลลบทางจิตวิทยาบ้างเท่านั้น







