
ซานตาคิด
มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ นำโดยสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ผ่าน ครม.ไปเรียบร้อย
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ นำโดยสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ผ่าน ครม.ไปเรียบร้อย
อะไรจะเกิดขึ้นบ้าง
เริ่มจากเม็ดเงินรวม 1.3 แสนล้านบาท จะกระจายไปยังเป้าหมาย 3 กลุ่ม
กลุ่มแรกเป็นการจ่ายแบบยิงเป้าใหญ่ โดยให้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองระดับ A และ B กู้จำนวน 6 หมื่นล้านบาท
ปัจจุบันมีกองทุนหมู่บ้าน 79,255 แห่ง แต่ที่เข้าเกณฑ์ตามกำหนดจะมีอยู่ 2.5 หมื่นแห่ง หรือเท่ากับ 1 ใน 3 ของกองทุนทั่วประเทศ
กลุ่มที่ 2 เป็นการจ่ายชนิดฝนตกทั่วฟ้า ให้ทุกตำบลในประเทศรวม 7,255 แห่ง ได้รับเงินตำบลละ 5 ล้านบาท เป็นเงินประมาณ 3.6 หมื่นล้านบาท
กลุ่มที่ 3 เป็นการให้แบบ ลูกซองกระจาย เร่งเบิกงบในโครงการขนาดเล็กที่วงเงินน้อยกว่า 1 ล้านบาท ทั่วประเทศ เป็นเงินรวม 2.4 หมื่นล้านบาท
เรียกได้ว่าทั้ง 3 กลุ่ม พุ่งเป้าไปชนบทอย่างทั่วถึง
แต่ทั้งหมดจะสำเร็จหรือไม่ จะอยู่ที่ความเร็ว และความแรง ที่จะเกิดขึ้น
ความเร็วก็คือ กลุ่มต่างๆ จะได้เงินเร็วแค่ไหน ถ้าได้เร็ว ก็จะช่วยกระตุ้นเร็วขึ้น
ส่วนความแรงก็คือ การใช้จ่ายที่เริ่มจากงบฯ รัฐ จะเพิ่มรอบการหมุนได้เท่าใดกัน
เพราะเม็ดเงิน 1.3 แสนล้านบาท จะเท่ากับ 1% ของขนาดเศรษฐกิจ หมายความว่า ถ้าทุกอย่างซบเซาลงหมด อย่างน้อยเศรษฐกิจจะโตได้ 1%
แต่ถ้าเพิ่มรอบการหมุนให้มากขึ้น จนเกิดตัวทวีคูณเพิ่มขึ้น เกิดการจ้างงาน การใช้จ่าย เพิ่มเป็นทอดๆ เศรษฐกิจจะขยายตัวได้มากกว่า 1 เท่าของเม็ดเงินที่ใส่ลงไป
แนวคิดทั้งหมดไม่ใช่สิ่งผิด ในอดีตมีโครงการเงินผัน สมัย ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นนายกฯ มาแล้ว โดยหลักสำคัญก็คือการใส่เงินลงไปในชนบท เพิ่มกำลังซื้อ เพิ่มตัวทวีคูณทางเศรษฐกิจ
เศรษฐกิจไทยจึงไม่ต้องรอถึงสิ้นปีถึงจะมีของขวัญจากซานตาครอส
บัดนี้ของขวัญจาก ซานตาคิดและคณะ จัดให้ก่อน
แกะกล่องออกมา แล้วจะเห็นว่าเงินกำลังหมุนไป







