
อย่าลู่ลม
หากการขยายผลจับกุมชายต่างชาติผู้ต้องหาวางระเบิดราชประสงค์
โดย...ปริญญา ชูเลขา
หากการขยายผลจับกุมชายต่างชาติผู้ต้องหาวางระเบิดราชประสงค์ เชื่อมโยงกับประเด็นอุยกูร์เติร์กในไทยกับปัญหาความขัดแย้งระหว่างชาวอุยกูร์เติร์กกับรัฐบาลจีน ย่อมทำให้ไทยกลายเป็นประเทศเสี่ยงต่อการก่อการร้ายสากลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และการเดินเกมการเมืองระหว่างประเทศไทย-จีน หรือไทย-ตุรกี ย่อมต้องทบทวนกันใหม่
ปัญหานี้ปะทุขึ้นเมื่อปลายปีก่อน พบกลุ่มคนไม่ทราบสัญชาติเดินทางเข้าไทย จากนั้นมีการกักกันตัวไว้ แล้วสอบสวน คนกลุ่มนี้อ้างตัวว่าเป็นชาวเติร์กตุรกี ที่ต้องการเดินทางไปประเทศที่ 3 ประเทศตุรกี แต่กลับกลายเป็นว่ามีคนอีกส่วนหนึ่งเป็นชาวอุยกูร์เติร์ก แม้ทางรัฐบาลตุรกีพร้อมรับกลับ แต่ทางการจีนยื่นข้อเสนอเชิงกดดันไทยให้ส่งกลับจีน
กระทั่งช่วงเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ไทยส่งชาวอุยกูร์เติร์ก 173 คน กลับตุรกีส่วนใหญ่เป็นเด็กและสตรี แต่ในทางกลับกัน เกิดเหตุการณ์ชาวอุยกูร์เติร์กในตุรกีประท้วงหน้าสถานกงสุลไทยในอิสตันบูล เพราะไม่พอใจรัฐบาลไทยส่งชาวอุยกูร์ 109 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้ชายกลับจีนด้วยเครื่องบินกองทัพไทย ซึ่งไทยถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าทำไปเพื่อเอาใจจีน พร้อมกับเกิดข้อกังขาจากองค์การสิทธิมนุษยชนและสภาอุยกูร์เติร์กโลกที่ออกมาแสดงความกังวลเรื่องความปลอดภัยในชีวิตของคนเหล่านี้
สิ่งที่น่าห่วงหากปมการก่อเหตุที่ราชประสงค์เกี่ยวข้องกับกลุ่มขบวนการหัวรุนแรงของชาวเติร์กอุยกูร์ที่ต่อต้านรัฐบาลจีน ไทยในฐานะฝ่ายสนับสนุนจีนและเป็นประเทศทางผ่าน ย่อมได้รับผลกระทบทั้งความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทย-ตุรกี และไทย-จีน
จึงทุบโต๊ะว่า รัฐบาลต้องทบทวนนโยบายอุยกูร์ใหม่ เพราะบริบทเปลี่ยนไปไม่ใช่แค่ปัญหาการอพยพคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมายธรรมดา แต่กลายเป็นปัญหาก่อการร้ายสากล โดยที่ไทยอยู่ระหว่างความขัดแย้งของ 2 ชาติ 2 ศาสนา เช่นเดียวกับนโยบายต่างประเทศกับจีนเช่นกัน ไทยต้องไม่อ่อนลู่ลมจนเกินเหตุหรือไม่แข็งกร้าวจนเกินไป แต่ต้องสมดุลไม่ตกเป็นเครื่องมือฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด







