
เงินบาทยังอ่อน ทองไทยยังขึ้น
โดย...นพ.กฤชรัตน์ หิรัญยศิริ ประธานกลุ่มเอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก
โดย...นพ.กฤชรัตน์ หิรัญยศิริ ประธานกลุ่มเอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก
ตลาดทองคำในสัปดาห์ที่ผ่านมา เริ่มมีการปรับตัวลดลงและมีความผันผวนของราคาค่อนข้างมาก เกิดจากสภาวะของตลาดหุ้นยังคงมีความผันผวน จะเห็นได้ว่า ตลาดหุ้นดาวโจนส์ปรับตัวลดลงและมีการดีดตัวกลับขึ้นมาในช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา เรียกว่า ตลาดหุ้นทั่วโลกยังคงขานรับกับข่าวตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆของประเทศจีน รวมไปถึงการที่ธนาคารกลางของจีนเริ่มเข้าแทรกแซงและอัดฉีดเงินเข้าในระบบ ซึ่งจะทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลก เริ่มจะหาจุดต่ำสุดเจอกันบ้างแล้ว
นั่นก็คือ เริ่มมีการดีดกลับ ในขณะที่ราคาทองคำ ซึ่งเป็นเสมือน Save Haven กลับปรับตัวลดลง แต่แล้วราคาทองคำก็ดูจะสามารถทรงตัวได้บริเวณ 1,120 เหรียญ และมีการดีดกลับจากข่าวของการประชุมเฟดที่ Jackson Hole ในวันศุกร์ ที่ประธานเฟดหลายๆคน เริ่มมาให้สัมภาษณ์ว่า การขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน น่าจะมีโอกาสน้อยลง ภาพรวมของตลาดการเงินจึงยังอยู่ในความผันผวนวุ่นวาย ทั้งตลาดหุ้นและตลาดทองคำ
รวมทั้งค่าเงินดอลลาร์ที่ปรับตัวแข็งค่าขึ้นอย่างมาก หลังจากที่ตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆ ของสหรัฐอเมริกาออกมาดีขึ้น อันได้แก่ 1.Goods Trade Balance ออกมาดีขึ้นจาก -62.3B มาอยู่ที่ -59.1B 2.Unemployment Claims จาก 277K มาอยู่ที่ระดับ 271K 3. New Home Sales จาก 481K เป็น 507K
และสุดท้ายคือ ยอด PMI ก็ออกมาปรับตัวดีขึ้นเช่นกัน ทำให้ภาพรวมของค่าเงินดอลลาร์กลับมาปรับตัวแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินยูโร โดยที่ค่าเงินยูโรปรับตัวอ่อนค่าลงจากเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 1.1705 ยูโรต่อดอลลาร์ ลงมาเหลือ 1.1178 ยูโรต่อดอลลาร์ ในช่วงวันศุกร์ที่ผ่านมา ในขณะที่ค่าเงินบาทเองก็มีความผันผวนไม่แพ้กัน กล่าวคือ ค่าเงินบาทปรับตัวอ่อนค่าอย่างรวดเร็วในวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ ซึ่งตอนนี้เองก็ปิดตลาดอยู่ที่ระดับประมาณ 35.82 บาทต่อดอลลาร์ เรียกได้ว่า ขยับเข้าใกล้ 36 บาทต่อดอลลาร์ เข้าไปทุกขณะ
ทั้งหมดทั้งหลายเหล่านี้ เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความผันผวนในราคาทองคำ แต่เป็นความผันผวนในทิศทางขาขึ้นสำหรับทองคำไทย หลังจากปรับตัวลดลงมาทดสอบแนวรับ 19,000 บาทต่อบาททองคำ โดยทองคำของไทยดูจะได้รับอานิสงค์ที่ดี ซึ่งในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมาก็มีการส่งออกทองคำแท่ง กลับออกไปในตลาดโลกค่อนข้างมาก และน่าจะมีส่วนช่วยในการส่งออกของเดือนสิงหาคมให้ปรับตัวดีขึ้นได้
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ราคาทองคำในระยะสั้นมี Technical Rebound หลังจากปรับตัวลดลงใกล้หลุดแนวรับสุดท้ายที่บริเวณ 1,118 เหรียญ การดีดตัวขึ้นของราคาทองคำในช่วงคืนวันศุกร์ ดูเหมือนค่อนข้างจะเป็นเรื่องแปลกขัดแย้งกับ ค่าเงินดอลลาร์ที่ปรับตัวแข็งค่าขึ้น ซึ่งโดยปกติราคาน่าจะปรับตัวลดลง โดยในเชิงเทคนิคระยะสั้นวิเคราะห์ได้ว่า ในกราฟรายชั่วโมงราคาอาจมีความผันผวนต่อเนื่อง ซึ่งอาจจะมี Technical Rebound ในระยะสั้นๆก็เป็นได้ ในขณะที่กราฟรายวัน ยังคงเป็นแนวโน้มขาลงอย่างชัดเจน จึงจะเห็นความผันผวนและสวนไปมาของตลาดเงินและตลาดทองคำ ค่อนข้างมาก ในทางเทคนิคราคาทองคำจะมีแนวรับสำคัญที่ระดับ 1,118 เหรียญ และมีแนวต้านสำคัญที่ระดับ 1,150 เหรียญ จึงคาดว่า ในสัปดาห์หน้าจะเคลื่อนตัวในกรอบดังกล่าว
การปรับพอร์ตให้สมดุล
ในสภาวะที่ราคามีความผันผวนไม่แน่นอน วันหนึ่งขึ้นวันหนึ่งลง การมีหลักเกณฑ์ในการถือครอง Portfolio จึงมีความสำคัญ พอร์ตในสภาวะแบบนี้ไม่น่าจะอยู่ในทิศทางใด ทิศทางหนึ่งทั้งหมด หมายความว่า พอร์ตควรจะเป็นระยะยาวกับระยะสั้น โดยสัดส่วนในที่นี้แนะนำไว้ประมาณ 70:30 หรือสัดส่วนที่เหมาะสมก็ขึ้นอยู่กับนักลงทุนเองที่ ชอบการลงทุนแบบสั้นหรือแบบยาว อย่าลืมว่าการที่วิเคราะห์ตรงนี้ จะต้องเป็นการคิดเชิงกลยุทธ์ ความคิดเชิงกลยุทธ์ก็คือ การที่จะอยู่รอดปลอดภัยได้ในทุกสภาวะของตลาด แม้จะเป็นสภาวะที่ผิดทางในระยะสั้น หรือระยะอื่นๆก็ตาม ดังนั้นการแบ่งพอร์ตส่วนหนึ่งออกมาเป็นพอร์ตระยะสั้น แล้วลงทุนในลักษณะของการแกว่ง ก็จะมีประโยชน์ต่อการลงทุนได้ และลดภาวะความตึงเครียดของพอร์ตลงได้เช่นเดียวกัน
ดังนั้นในที่จึงแนะนำให้ใช้พอร์ตในระยะสั้น 30% เล่นเก็งกำไรระยะสั้นตามสภาพตลาด โดยใช้เทคนิค Time Frame ที่เป็นระยะสั้น และเก็งกำไรตามความผันผวนขึ้นและลง เพื่อทำกำไรในลักษณะรายวันหรือรายสองวัน และอย่าลืมทำ Stop Loss ทันทีที่มีความรู้สึกว่าเราผิดทาง สำหรับพอร์ตใหญ่ที่เป็นพอร์ตระยะยาว ก็ควรจะลงทุนตามแนวโน้มหลักของทองคำที่เราลงทุน ซึ่งแนวโน้มหลัก หรือแนวโน้มที่เป็น Daily Graph ยังเน้นย้ำว่าเป็นแนวโน้มขาลง เพียงแต่ว่า ข่าวที่เข้ามากระทบกับตลาดในขณะนี้ ค่อนข้างจะเป็นแนวโน้มขาขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับทองคำของไทยที่ได้รับอานิสงค์ จากการอ่อนค่าลงของค่าเงินบาทอย่างมากในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา ทำให้ทองคำของไทยเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย







