
เลือกหา LTF ที่ใช่ไปกับกูรูด้านกองทุนรวม
โดย เจษฎา สุขทิศ & ชยนนท์ รักกาญจนันท์ INFINITI Global Investors, The Ultimate Investment Solution
โดย เจษฎา สุขทิศ & ชยนนท์ รักกาญจนันท์ INFINITI Global Investors, The Ultimate Investment Solution
ตลาดหุ้นไทยช่วงนี้ เจอทั้งปัจจัยภายในและภายนอกรุมเร้า บทความวันนี้ขอเอาใจมนุษย์เงินเดือนด้วยการไปลองคัดเลือกกองทุน LTF เพื่อใช้ในการสะสมลงทุนลดหย่อนภาษี ว่ากูรูทั้งสองท่านมีวิธี และเคล็บลักในการเลือกกองทุนอย่างไรกันบ้างนะครับ
ชยนนท์ ตอนผมเป็นมนุษย์เงินเดือน ปี 2 ปีแรกตอนนั้น ยังไม่มีผลตอบแทนย้อนหลังให้พิจารณา หาข้อมูลก็ยาก ว่ากองทุนไหนเก่ง กองทุนไหนเหมาะกับเรา แต่วันนี้กองทุน LTF กว่า 50 กองทุนในตลาด เราสามารถหาข้อมูลเชิงลึกมาวิเคราะห์ มาเลือกได้แล้ว ดังนั้น อย่างแรกที่นักลงทุนควรพิจารณาในการจะเลือก LTF ซักกองทุนก็คือ “ผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ”
เจษฎา จะให้มันกำไรสม่ำเสมอไปตลอดคงจะไม่ได้นะ เพราะตลาดหุ้นมันผันผวน เอาเป็นว่า ดูผลตอบแทนระยะยาว 3 ปี 5 ปี และผลตอบแทนระยะสั้นประกอบกันไปก็แล้วกันครับ
ชยนนท์ ถ้าดูผลตอบแทนกองทุนในระยะสั้น3 เดือน 6 เดือน 1 ปี ณ ตอนนี้ ผมว่ายากมากเลยที่กองทุนหุ้นไทยซักกองจะให้ผลตอบแทนเป็นบวก เพราะหุ้นไทย เข้าสู้รอบการปรับฐานมาได้ปีกว่าๆและไม่สามารถสร้างจุดสูงสุดใหม่ได้
เจษฎา ยกตัวอย่างวิธีวิเคราะห์เลือก LTF กันซักหน่อย จากตารางผลตอบแทนย้อนหลัง กองทุนรวม LTF ผมเอามาเฉพาะที่ผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปี ดีที่สุด 20 กองแรกนะครับ ไปวิเคราะห์กัน จะเห็นว่า ผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปี B-LTF ของ บลจ. บัวหลวง เป็นอันดับที่ 1 CG-LTF ของ บลจ.ยูโอบี เป็นอันดับที่ 2 และอันดับที่ 3 คือ P-LTF ของ บลจ.ฟิลลิป
แต่พอดูผลตอบแทนย้อนหลัง 3 ปีปั๊บ B-LTF ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปี ต่ำกว่า 10% ทันที แบบนี้แปลได้ว่า ที่ผลตอบแทนสูงเมื่อดูย้อนหลัง 5 ปีนั้น NAV กองทุนวิ่งแรงในช่วง 2 ปีแรก และมาแผ่วใน 3 ปีให้หลัง ส่วน CG-LTF ผลการดำเนินงานขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ใน Rank 3 ปี ตัวที่ขึ้นมาดีอีกตัวคือ EP-LTF ของ บลจ.โซลาริส ถือว่าน่าสนใจทีเดียว
ชยนนท์ ดูผลตอบแทนระยะสั้น ของกองทุน EP-LTF 1 ปีย้อนหลังเป็นบวกอยู่กองเดียวเมื่อเทียบกับกองอื่น แต่ 6 เดือนย้อนหลังนั้นติดลบหนักมาก หนักที่สุดใน 20 กองเลย แสดงให้เห็นว่า กองทุนนี้อาจถือกลุ่มหุ้นที่มีผันผวน หรือไม่ก็อาจปรับพอร์ตเปลี่ยนไปมาค่อนข้างบ่อย เจอแบบนี้ ผมมองว่า เป็นกองทุนที่เหมาะกับนักลงทุนที่ชอบความเสี่ยงสูงหน่อยนะครับ แต่ส่วนนักลงทุนที่ต้องการความสม่ำเสมอละก็ อาจไม่เหมาะเท่าไหร่
เจษฎา เห็นด้วยนะ แต่จริงๆ ดูแค่ผลตอบแทนย้อนหลังมันไม่พอ ผมมักจะดูอัตราส่วน Sharpe Ratio อีกตัว ซึ่งจะบอกเราว่า ที่ราคากองทุนมันผันผวนเนี่ย ผันผวนแล้วคุ้มกับความเสี่ยงไหม ไปดู B-LTF เป็นตัวอย่างนะครับ 5 ปีย้อนหลัง เป็นกองเดียวที่ค่า Sharpe Ratio สูงกว่า 1 (แสดงว่าดีมากๆ) แต่พอดู 3 ปี ค่า Sharpe Ratio กลับต่ำลงอย่างมีนัยยะ ซึ่งสอดคล้องกับที่ผมวิเคราะห์ไปแล้วว่า กองทุนอาจทำผลการดำเนินงานในช่วง 2 ปีแรกไว้ดีมากๆ
ชยนนท์ ที่ Sharpe Ratio เกิน 0.8 ขึ้นไป สำหรับ 5 ปี และเกิน 0.7 ขึ้นไปสำหรับ 3 ปี ผมถือว่าน่าสนใจหมดนะ
เจษฎา ใช่ครับ แค่การดูตารางผลตอบแทนแบบเปรียบเทียบแค่นี้ เราก็จะสามารถคัดเลือกกองทุน LTF ได้ดีขึ้นแล้วนะครับ ขอแค่ใส่ใจ ไม่ใช่เห็นแก่ของแถมอย่างที่คุณแบงค์เคยทำ (ฮาๆ) รับรอง ประหยัดทั้งภาษี แถมมีผลตอบแทนจากการลงทุนเป็นกอบเป็นกำด้วย
ชยนนท์ สำคัญกว่า คือ พอได้กองทุนที่ผลตอบแทนดีระยะยาว และ Sharpe Ratio ที่สูง นักลงทุนต้องเขาไปดูนโยบายการลงทุนของกองทุนแต่ละกอง ดูหุ้นที่เขาถือ และรายละเอียดค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม ให้แน่ใจนะครับ ว่ากองทุนนั้นมันเหมาะกับเราจริงๆ ถ้าชัวร์ทุกอย่างแล้ว ก็แปลว่า คุณได้กองทุน LTF ในดวงใจแล้วครับ







