
การตรวจสอบบริษัทหลักทรัพย์ ก.ล.ต.ทำอะไรบ้าง
โดย ปริย เตชะมวลไววิทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายงานเลขาธิการและสื่อสารองค์กร สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
โดย ปริย เตชะมวลไววิทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายงานเลขาธิการและสื่อสารองค์กร สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
ตอนที่แล้ว ผมได้เล่าสู่กันฟังถึงมาตรการเกี่ยวกับการโอนหุ้นที่ต้องมีความรัดกุมรอบคอบ เพื่อให้ความคุ้มครองแก่ผู้ลงทุนและป้องกันมิให้เกิดการใช้บริการธุรกิจหลักทรัพย์เป็นช่องทางในการกระทำผิด ซึ่งก็มีผู้ที่สนใจและสอบถามกันมาว่า การตรวจสอบบริษัทหลักทรัพย์ของ ก.ล.ต. นั้น ตรวจอะไรบ้างหรือ?
โดยทั่วไปแล้ว ในการตรวจสอบของ ก.ล.ต. จะมีทั้งเข้าตรวจตามรอบระยะเวลาที่กำหนด และเมื่อปรากฏเหตุ เช่น เมื่อทราบข่าวหรือข้อเท็จจริงและพิจารณาแล้วเห็นว่าอาจมีประเด็นเรื่องการปฏิบัติตามกฎหมายหลักทรัพย์ก.ล.ต. ก็จะประสานกับบริษัทหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอทราบข้อมูลและคำชี้แจงเบื้องต้นในทันที
ในกรณีที่ต้องตรวจสอบลงในรายละเอียดก.ล.ต. จะพิจารณากระบวนการที่เกี่ยวข้องทั้งหมดตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุดกระบวนการว่ามีความบกพร่องในจุดใดบ้าง ที่อาจจะนำมาสู่ประเด็นที่เป็นปัญหาเหตุผลที่สำคัญประการหนึ่งที่ต้องตรวจสอบกันตลอดกระบวนการและตรวจสอบกันอย่างละเอียดนั้น ก็เพื่อให้สามารถค้นหาประเด็นที่เกี่ยวข้องให้รอบด้าน และสามารถแก้ไขปัญหาได้ถูกจุด อันจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ลงทุนและระบบโดยรวมของตลาดทุนครับ
การตรวจสอบจะมีทั้งในส่วนของระบบงานและบุคลากรครับ โดยระบบงานต้องมีความรัดกุมและมีระบบควบคุมที่เพียงพอ เช่น ในประเด็นข้อสงสัยเกี่ยวกับความบกพร่องในเรื่องการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า (Know-Your-Customer/Customer Due Diligence หรือ KYC/CDD)การมีกระบวนการติดตามและสอบยันการทำธุรกรรมต่าง ๆ ของลูกค้า การโอนหรือการซื้อขายหุ้นเพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของลูกค้า และป้องกันการใช้บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ทำธุรกรรมที่ผิดกฎหมายหรือมิชอบด้วยครับ
นอกจากระบบงานแล้ว ในส่วนของบุคลากรของบริษัทหลักทรัพย์ ก.ล.ต. ก็จะต้องพิจารณาด้วยว่า ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรฐานการปฏิบัติงานที่บริษัทกำหนด และปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตหรือไม่
สำหรับในเรื่องของกระบวนการตรวจสอบ ก.ล.ต. จะพิจารณาทั้งเอกสาร หลักฐาน และสอบถ้อยคำบุคคลที่เกี่ยวข้อง และหากพบว่ามีช่องโหว่ที่ระบบงาน หรือความบกพร่อง หรือการทุจริต การละเลยในการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่เป็นไปตามมาตรฐานการปฏิบัติงานของบุคลากรในระดับต่าง ๆ เช่น ระดับปฏิบัติการ หรือระดับผู้บริหาร ก.ล.ต. ก็จะต้องแจ้งให้บริษัทหลักทรัพย์หรือบุคคลผู้นั้นได้ชี้แจง
หลังจากที่พิจารณารอบด้านแล้ว หากเห็นว่ามีการกระทำผิด ก.ล.ต. มีอำนาจตามกฎหมายหลักทรัพย์ที่จะลงโทษตั้งแต่โทษปรับ สั่งให้บริษัทหลักทรัพย์รีบแก้ไขระบบงานให้รัดกุมเพียงพอ หรือกรณีบุคลากรก็จะลงโทษได้ตั้งแต่สั่งพัก ไปถึงเพิกถอนใบอนุญาตการประกอบวิชาชีพ ซึ่งหากถึงขั้นนั้นก็คงจะลำบากที่จะกลับมาประกอบอาชีพเดียวกันนี้ได้อีก
นอกจากนี้ หากตรวจสอบพบว่า กรรมการ ผู้บริหาร หรือผู้ที่รับผิดชอบในการดำเนินการของบริษัทหลักทรัพย์ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด เช่น การไม่ควบคุมดูแลให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ที่ ก.ล.ต. กำหนด หรือมีส่วนสนับสนุนการกระทำผิด ก็มีสิทธิจะถูกดำเนินการทางอาญาได้ด้วย
ซึ่งโทษก็มีทั้งปรับและจำคุกครับ และอาจถูกพิจารณาลงโทษทางบริหารเนื่องจากเข้าข่ายมีลักษณะต้องห้ามในการเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทหลักทรัพย์ด้วยเว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่า มิได้มีส่วนในการกระทำความผิดนั้น
ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมาต้องขอขอบคุณผู้ที่ให้ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงระบบงานที่เกี่ยวข้องกับบริษัทหลักทรัพย์โดยรวมให้รัดกุมยิ่งขึ้น อาทิ สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย ซึ่ง ก.ล.ต. ก็จะได้หารือและร่วมกันพิจารณาต่อไป เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ลงทุนที่มีต่อตลาดทุนไทยครับ
“ก.ล.ต. ดูแลตลาดทุน เพื่อให้คุณมั่นใจ”







