posttoday
คว้าโอกาสการลงทุนในหุ้นกลุ่ม Healthcare

คว้าโอกาสการลงทุนในหุ้นกลุ่ม Healthcare

13 สิงหาคม 2558

ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมานี้ มีตัวเลขการเติบโตที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในประเทศไทย กองทุนรวมในกลุ่มนี้มีเม็ดเงินไหลเข้ามามากหากเทียบกับกองทุนรวมอื่นๆ ที่ลงทุนในต่างประเทศ

โดย บลจ.กสิกรไทย

หลายท่านที่มีประสบการณ์ด้านการลงทุน พร้อมติดตามข่าวสารในแวดวงกองทุนรวม คงจะทราบดีว่ากองทุนที่ลงทุนในหุ้นกลุ่มสุขภาพทั่วโลก (Global Healthcare) ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมานี้ มีตัวเลขการเติบโตที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในประเทศไทย กองทุนรวมในกลุ่มนี้มีเม็ดเงินไหลเข้ามามากหากเทียบกับกองทุนรวมอื่นๆ ที่ลงทุนในต่างประเทศ (ไม่นับรวมกองทุนประเภท term fund) ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าสินทรัพย์สูงถึง 3.9 หมื่นล้านบาท คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 2 (หรือ 13%) ในกลุ่มกองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศ (ข้อมูลจาก มอร์นิ่งสตาร์ ณ 30 มิ.ย.58) ในขณะที่กองทุนหุ้นกลุ่ม Global Healthcare ก็มีตัวเลขการเติบโตที่เป็นบวกติดต่อกันถึง 5 ปีเช่นเดียวกัน

คว้าโอกาสการลงทุนในหุ้นกลุ่ม Healthcare

โดยปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนให้หุ้นในกลุ่ม Healthcare ปรับตัวสูงขึ้น เป็นเพราะผลประกอบการทั้งในแง่กำไรและยอดขายที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียนในกลุ่ม Healthcare ซึ่งในช่วง 10 ปีที่ผ่านมารายได้ของบริษัทจดทะเบียนในกลุ่ม Healthcare โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศเกิดใหม่มีการเติบโตสูงถึง 320% อีกปัจจัย คือ เรื่องอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำ ซึ่งเอื้ออำนวยให้เกิดการควบรวมกิจการของบริษัทในกลุ่ม Healthcare เป็นระยะเวลาติดต่อมาหลายปี (การควบรวมกิจการก่อให้เกิดประโยชน์หลายประการ อาทิ การเข้าถึงยา เทคโนโลยีหรือนวัตกรรมใหม่ๆ การลดต้นทุน การเพิ่มเครือข่ายการตลาด ฯลฯ ซึ่งหากทำได้สำเร็จจะทำให้ธุรกิจที่ควบรวมมีผลประกอบการที่ดีขึ้น และราคาหุ้นมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นเช่นเดียวกัน)

นอกจากนี้ การที่ประชากรทั่วโลกเริ่มหันมาดูแล และใส่ใจในเรื่องสุขภาพ และคุณภาพชีวิตกันมากขึ้น ก็นับว่าเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่จะสะท้อนให้เห็นถึงโอกาสและความมั่งคั่งที่จะเกิดขึ้นกับอุตสาหกรรม Healthcare (ข้อมูลอ้างอิง : จากรายงานเรื่องแนวโน้มด้านสุขภาพโลก ที่จัดทำขึ้นโดยบริษัท ดีลอยต์ ทูช โทมัตสุ ได้ระบุว่า ปัจจุบันโครงสร้างประชากรทั่วโลกกำลังเข้าสู่ "วัยชรา" ซึ่งเห็นได้จากจำนวนประชากรที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป มีอัตราที่เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าในทุก ๆ 50 ปี ขณะเดียวกันอายุขัยเฉลี่ยของประชากรก็ยังยืนยาวขึ้น โดยคาดการณ์ว่าในปี 2560 ประชากรโลกจะมีอายุยืนยาวขึ้นถึง 73.7 ปี เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2555 ที่อยู่ระดับ 72.6 ปี และอาจส่งผลให้ประชากรทั่วโลกในช่วงอายุ 65 ปีขึ้นไป มีจำนวนสูงถึง 560 ล้านคน)

หลายท่านอาจจะมีคำถามต่อไปว่า ในเมื่อภาพรวมของอุตสาหกรรมและตลาดหุ้นในกลุ่ม Healthcare มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แล้วราคาหุ้นในกลุ่มนี้ ยังอยู่ในระดับที่น่าสนใจหรือไม่ หรือว่าแพงเกินไป คำตอบคือ ถึงแม้ระดับราคาต่อผลกำไรหรือค่า P/E จะสูงกว่าตลาดโดยรวม แต่เมื่อพิจารณาถึงคาดการณ์การเติบโตของรายได้ และผลกำไรในปีนี้ตลอดจนถึงปีหน้าพบว่าทั้งรายได้และผลกำไรหุ้นกลุ่ม S&P500 Healthcare สูงกว่าดัชนี S&P 500 (ตารางที่ 1) ดังนั้น การลงทุนในหุ้น Healthcare จึงยังมีความน่าสนใจและนับว่าเป็นโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีได้

คว้าโอกาสการลงทุนในหุ้นกลุ่ม Healthcare

ดังนั้นเพื่อเป็นการรองรับการเติบโตของธุรกิจในกลุ่มสุขภาพ และสร้างโอกาสการลงทุนในระยะยาวเพื่อความมั่นคงในวัยเกษียณ บลจ.กสิกรไทย จึงเสนอขายกองทุนใหม่ คือ กองทุนเปิดเค โกลบอล เฮลท์แคร์ หุ้นทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ (KGHRMF) ซึ่งมีนโยบายกระจายการลงทุนในหุ้นกลุ่มสุขภาพในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก ผ่านกองทุนหลัก คือ JP Morgan Funds – Global Healthcare Fund, Class A (acc) ซึ่งบริหารจัดการโดย J.P.Morgan Asset Management หนึ่งในผู้จัดการกองทุนชั้นนำระดับโลก และเป็นกองทุนหลักกองเดียวกันกับกองทุนเปิดเค โกลบอล เฮลท์แคร์ หุ้นทุน (K-GHEALTH) ที่ บลจ.กสิกรไทย ได้มีการเปิดเสนอขายครั้งแรกไปเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา และได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี ปัจจุบันมีขนาดมูลค่าสินทรัพย์ถึง 19,619 ล้านบาท และเป็นกองทุนหุ้นกลุ่มสุขภาพที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย (ข้อมูล ณ วันที่ 21 ก.ค. 2558)

กองทุนหลักมีผลการดำเนินงานย้อนหลังที่สามารถเอาชนะเกณฑ์มาตรฐานได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีผลการดำเนินงานย้อนหลังในรอบ 5 ปี เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 28.45% ต่อปี เอาชนะเกณฑ์มาตรฐานที่ 20.85% ต่อปี และมีผลดำเนินงานย้อนหลัง 3 ปี เฉลี่ยที่ประมาณ 32.32% ต่อปี เอาชนะเกณฑ์มาตรฐานที่ 24.12% ต่อปี (ข้อมูล ณ 30 มิ.ย. 58) นอกจากนี้กองทุนหลักยังได้รับการจัดอันดับ 5 ดาวจาก Morningstar ผู้ลงทุนที่สนใจกองทุนเปิดเค โกลบอล เฮลท์แคร์ หุ้นทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ (KGHRMF) สามารถลงทุนได้ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 500 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและขอรับหนังสือชี้ชวนเสนอขายได้ที่ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขา หรือสอบถาม KAsset Contact Center 0 2673 3888

ผู้ลงทุนโปรดศึกษาคู่มือภาษี RMF และทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงของกองทุน KGHRMF ได้ที่ www.kasikornasset.com หรือ บลจ.กสิกรไทย หรือธนาคารกสิกรไทยทุกสาขา หรือขอข้อมูลดังกล่าวจากบุคคลที่เสนอขายกองทุนก่อนตัดสินใจลงทุน กองทุน KGHRMF ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของมูลค่าเงินลงทุนในต่างประเทศ ทั้งนี้ เนื่องจากกองทุนมิได้ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน ผู้ลงทุนจึงอาจขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรก

คว้าโอกาสการลงทุนในหุ้นกลุ่ม Healthcare

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน