
พันธุ์ดื้อด้าน
“ก็ไม่รู้สินะ” บุคคลที่ก้าวเข้ามาเป็นนักการเมืองไทย ทำมั้ยทำไมมีนิสัยไม่ยอมรับความผิดพลาด
โดย...ขำ เคืองใจ [email protected]
“ก็ไม่รู้สินะ” บุคคลที่ก้าวเข้ามาเป็นนักการเมืองไทย ทำมั้ยทำไมมีนิสัยไม่ยอมรับความผิดพลาด ไม่คิดปรับปรุงพฤติกรรมให้เป็นที่รักและศรัทธาของประชาชน
แม้สถานการณ์บ้านเมืองอยู่ในยามคับขันปานใด ยังสามารถบริหารความขัดแย้งอยู่ร่ำไป ความสามัคคีปรองดองแทบจะสะกดกันไม่เป็น
หากติดตามผลสำรวจสวนดุสิตโพล เมื่อวันที่ 19 ก.ค. สะท้อนภาพนักการเมืองไทยตรงใจประชาชนนักแล โดยทำการสำรวจในหัวข้อ “ประชาชนคิดอย่างไรต่อนักการเมืองไทย ในสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์”
ประการแรกเห็นตรงกันในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต แน่นอนว่ากี่ยุคกี่สมัยคนไทยต้องการนักการเมืองขาวสะอาด แม้มีปูมประวัติสีเทาขอให้เลวน้อยที่สุดแล้วกัน
สำหรับคะแนนความต้องการของประชาชนอยากให้นักการเมืองไทยปฏิบัติต่อรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ในลำดับถัดไปเป็นเรื่องดีๆ ทั้งสิ้น
ตั้งแต่อยากให้นักการเมืองร่วมมือกับรัฐบาลปฏิบัติตามกฎหมาย ตรวจสอบการทำงานรัฐบาลชี้แนะสิ่งที่เป็นประโยชน์ มีความสามัคคีช่วยกันพัฒนาบ้านเมือง
เมื่อถามความเห็นสิ่งที่ไม่อยากให้นักการเมืองปฏิบัติต่อรัฐบาล กว่า 70% พบว่า ควรหยุดใส่ร้าย โจมตี ปลุกปั่น สร้างกระแส ลำดับถัดมา หยุดทุจริตคอร์รัปชั่น ตามด้วยหยุดเคลื่อนไหวสร้างสถานการณ์นำไปสู่ความวุ่นวาย
ทั้งหมดทั้งมวลตอบโจทย์ความต้องการนักการเมืองไทย
ไม่จำเป็นต้องตั้งหัวข้อนักการเมืองไทยจะปฏิบัติตนอย่างไรในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ หรอกครับ...
ต่อให้รัฐบาลยุคไหนๆ คนไทยส่วนใหญ่ก็ต้องการนักการเมืองไทยปฏิบัติตนตามผลสำรวจข้างต้น ด้วยการหยุดยั้งพฤติกรรมเลว ล้างความโสมมติดตัวมานาน เป็นนักการเมืองไทยที่ดี
อย่างที่...ขำ เคืองใจ... กล่าวไว้นั่นแหละครับ พูดกันปากเปียกปากแฉะ บุคคลที่มาเป็นนักการเมืองไทยไม่เคยสำเหนียกรับรู้ต่อเสียงสะท้อนตักเตือน
ตัวอย่างล่าสุดไม่ต้องย้อนไปไกล รองโฆษกพรรคการเมืองใหญ่ออกมาแถลงทันควัน ขอให้ประชาชนคิดถึงนักการเมืองเพราะเข้าใจปัญหาและความทุกข์ยากของประชาชนมากกว่ารัฐบาลทหาร
อืมส์! ไม่เถียงครับ เพราะความสัมพันธ์ของผู้แทนกับประชาชนผูกพันกันอยู่แล้ว บ้านนี้เมืองนี้จึงต้องเป็นประชาธิปไตยให้มีการเลือกตั้งไงครับ เพื่อจะได้มีตัวแทนประชาชนไปทำหน้าที่ทั้งในนิติบัญญัติและบริหาร
แต่กับการเที่ยวโพนทะนาไปเรื่อยว่า “รัฐบาลนี้บริหารย่ำแย่ ถ้าเป็นรัฐบาลประชาธิปไตยป่านนี้ยุบสภาเลือกตั้งใหม่กันไปแล้ว” ไม่รู้ว่ากัดฟันพูดหรือเป็นกมลสันดานเดิมตามผลสำรวจที่ชอบยุแยงสร้างความแตกแยก
เพราะเห็นมาทีไร เวลารัฐบาลประชาธิปไตยบริหารงานผิดพลาดส่อทุจริตก็กอดเก้าอี้แน่น ไม่แสดงความรับผิดชอบรีบยุบสภาเลย
ถึงได้บอกจะพูดอะไรออกมาย้อนมองตัวเองเสียก่อน







