
แล้งแล้วไง
ภัยแล้งกลายเป็นมือที่มองไม่เห็น แต่สัมผัสได้ถึงปัญหาใหญ่ที่มาถึง
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
ภัยแล้งกลายเป็นมือที่มองไม่เห็น แต่สัมผัสได้ถึงปัญหาใหญ่ที่มาถึง
ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกรที่ต้องใช้น้ำในการปลูกพืชหน้าแล้ง โรงงานอุตสาหกรรมที่ต้องใช้น้ำในการผลิตสินค้า หรือประชาชนทั่วไปที่ต้องหาน้ำกินน้ำใช้ในครัวเรือนต่างเจอปัญหากันทั่วหน้า
และแล้งทำท่าจะยาวนานไปถึงหน้าฝนของปีหน้า
สิ่งที่เฝ้ารอมีเพียงอย่างเดียวก็คือให้เทวดาช่วยให้ฝนตกลงมา
ประเทศเข้าสู่ความเสี่ยงอย่างที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นมาก่อน
แต่ทว่าภัยแล้งในครั้งนี้ หากไม่ทำให้เกิดโอกาส ก็คงจะมีแต่ความเสียหายที่กลายเป็นประวัติศาสตร์เท่านั้น
ประเด็นสำคัญที่ต้องคิด ก็คือบ้านเมืองเราอุดมสมบูรณ์มานาน จนละเลยการบริหารการใช้น้ำ
ผมเองเพิ่งกลับมาจากคณะของบริษัท ปตท. ที่ไปดูงาน เวิลด์ เอ็กซ์โป จัดขึ้นที่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี โดยในครั้งนี้นำเสนอในประเด็นเกี่ยวกับอาหารเพื่อโลก พลังงานเพื่อชีวิต
หลายประเทศต่างมุ่งประเด็นสำคัญก็คือเรื่องน้ำโดยเฉพาะบรรดาประเทศที่มีปัญหาขาดแคลนแหล่งน้ำอย่างอิสราเอล หรือสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
ประเทศเหล่านี้ไม่เพียงแต่เน้นการหาแหล่งน้ำให้เพียงพอ แต่สิ่งสำคัญก็คือการบริหารจัดการน้ำ ใช้น้ำให้เกิดประสิทธิ ภาพมากที่สุด
ระบบบริหารจัดการน้ำจะกินความตั้งแต่การวางแผนการเกษตรโดยใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ ระบบชลประทานแบบท่อ ไปจนถึงการใช้น้ำในอุตสาหกรรม การใช้น้ำในชีวิตประจำวัน ฯลฯ
บางประเทศที่ร่ำรวยจากน้ำมัน ถึงกับสะท้อนว่าน้ำคือชีวิต และสำคัญกว่าน้ำมัน
แน่นอนว่าการบริหารจัดการน้ำที่ว่าไม่ใช่เรื่องเร้นลับ บรรดาผู้บริหาร หน่วยงานต่างๆ ของบ้านเราได้เดินทางไปดูงานกันอย่างมากมาย
แต่ทุกอย่างก็ไม่เคยนำเอามาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ
วิกฤตภัยแล้งที่จะมาถึง จึงน่าจะเป็นจุดเตือนสติให้เกิดการปฏิรูป เอาจริงเอาจัง กับการบริหารการใช้น้ำ
อนาคตอาจมีแล้งที่ยาวนานกว่านี้ก็เป็นได้







