
ช่วงนี้ลงทุนอะไรดี ไม่ให้ตก..รถไฟ
โดย บุญชัย เกียรติธนาวิทย์ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บลจ.ธนชาต
โดย บุญชัย เกียรติธนาวิทย์ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บลจ.ธนชาต
เมื่อสองสัปดาห์ก่อน ผมพูดเกี่ยวกับการลงทุนในหุ้นที่ผันผวนต่ำ...ว่าเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างผลตอบแทนให้ถึงเป้าหมายที่วางไว้ แต่ไม่สามารถรับความผันผวนสูงๆได้ เพราะไม่ว่าอย่างไรสินทรัพย์ประเภทหุ้นนั้น ในระยะยาวก็ให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าการลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างตราสารหนี้หรือการฝากเงินอยู่ดี
สัปดาห์นี้ผมเลยอยากแนะนำการลงทุนแบบเกาะกระแส คือลงทุนในธุรกิจที่มีอนาคต หรือมีโอกาสเติบโตสูง ซึ่งกระแสที่กำลังมาแรงในช่วงนี้คงหนีไม่พ้น “Aging Society” ครับ
Aging Society is coming
สังคมผู้สูงอายุกลายเป็นกระแสที่ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด และในระหว่างปี พ.ศ. 2544-2643 ถูกจัดให้เป็น “ศตวรรษแห่งผู้สูงอายุ” เพราะจากข้อมูลขององค์การสหประชาชาติ (UN) พบว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า คาดการณ์ว่าผู้สูงอายุทั่วโลกจะมีจำนวนสูงถึง 8,000 ล้านคน และในปีนั้นประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ ซึ่งเป็นประเด็นท้าทายที่เราจะต้องมีแผนรองรับ เพราะผู้สูงอายุจะทำให้การขยายตัวเศรษฐกิจช้าลง ภาคแรงงานก็ขาดแคลนกำลังคน รัฐบาลก็ต้องรับภาระด้านสวัสดิการที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ
ฟังดูน่ากลัวใช่ไหมครับ ... แต่เราเป็นนักลงทุน เราต้องมองเห็นโอกาสในความท้าทายนี้.. เพราะในอีกแง่หนึ่งเราจะพบว่าเมื่อโครงสร้างทางสังคมเปลี่ยนไป ธุรกิจก็ต้องเปลี่ยนตามเพื่อให้ทันกับสภาวะการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่อย่างนั้นพวกเขาก็อยู่ไม่ได้
ธุรกิจที่ได้รับประโยชน์จากสังคมผู้สูงอายุ แน่นอนว่าคงไม่พ้นธุรกิจเกี่ยวกับการรักษาสุขภาพ ลองนึกภาพดูนะครับ..ถ้าคนเราอายุยืนขึ้น ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลต่อหัวต่อคนก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย ประกอบกับนวัตกรรมด้านการรักษาพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งก็ส่งผลให้ธุรกิจนี้มีโอกาสเติบโตมากขึ้นตามไปด้วย เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดขึ้น ลองคิดดูนะครับ จากเดิมเมื่อหลอดเลือดและลิ้นหัวใจเสื่อมสภาพจะต้องเข้ารับการรักษาด้วยการผ่าตัดหัวใจซึ่งเป็นเรื่องที่หลายคนหวาดกลัว แต่ปัจจุบันโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในไทยสามารถพัฒนาเทคนิคเปลี่ยนลิ้นหัวใจแบบไม่ต้องผ่าตัดได้ เรียกได้ว่าการวิจัยและพัฒนาถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจด้านสุขภาพเติบโตต่อไปได้
โดยธุรกิจสุขภาพนั้นหมายรวมครอบคลุมตั้งแต่การรักษาพยาบาล เทคโนโลยีชีวภาพ ไปจนถึงการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน แม้แต่น้ำยาล้างคอนเทคเลนส์ก็ยังจัดอยู่ในกลุ่มนี้เช่นกัน เพราะฉะนั้นหากพูดถึงหุ้นที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพในระดับโลกจึงมีภาพที่กว้างมากและครอบคลุมในหลายมิติ
ประกอบกับในปัจจุบันคนหันมาสนใจตัวเองเพิ่มขึ้น กล้าที่จะใช้จ่ายเพื่อตัวเองมากขึ้น ทั้งในแง่การรักษาพยาบาลและเสริมความสวยความงาม
หากคุณไม่สบายแล้วมียาที่สามารถรักษาได้ ไม่ว่าจะหามายากหรือแพงขนาดไหน แต่ถ้าคุณมีกำลัง คุณก็พร้อมจ่ายเงินเพื่อจะซื้อมาใช้ หรือแต่เทคโนโลยีที่สามารถชะลอความแก่ ไม่ว่าจะมีราคาสูงขนาดไหน หากคุณสามารถที่จะจ่ายได้ คุณก็ยอมที่จะจ่ายเพื่อตัวเอง
เราจะเห็นได้ว่าหุ้นในกลุ่มนี้มีความน่าสนใจ แต่เรากลับหาหุ้นประเภทนี้ในไทยยากมาก หรือไม่สามารถหาได้เลย เพราะบริษัทผู้ผลิตส่วนมากมักเป็นบริษัทในต่างประเทศ ดังนั้นการลงทุนในบริษัทด้านสุขภาพผ่านกองทุนสุขภาพระดับโลกจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย
ในช่วงนี้ บลจ.ธนชาต จึงแนะนำ 2 กองทุนคู่แฝด คือ T-Healthcare และ T-HealthcareRMF ให้กับผู้ลงทุนเพื่อโอกาสสร้างผลตอบแทนในระยะยาว ซึ่งกองทุนที่เราเลือกไปลงทุน คือ Janus Global Life Sciences โดยนี้เน้นลงทุนในบริษัทที่มีการเติบโตสูง ในพอร์ตการลงทุนปัจจุบัน (31 พ.ค. 58) อาจมีรายชื่อผลิตภัฑณ์ที่คุ้นเคย เช่น พวกยาแก้ปวดไทลินอล น้ำยาบ้วนปากออรัลบี หรือแม้แต่ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดนูโทรจิน่า ฯลฯ นอกจากนั้นยังลงทุนในบริษัทที่คิดค้นนวัตกรรมด้านชีวภาพ ชีวเคมีด้วย โดยได้รับการการันตีจาก Morningstar ว่าเป็นกองทุน 5 ดาวนะครับ
หากผู้ลงทุนสนใจก็สามารถสอบถามได้ที่ บลจ.ธนชาต หรือธนาคารธนชาตทุกสาขา โดยเปิดเสนอขายครั้งแรกในระหว่างวันที่ 22 มิถุนายน – 3 กรกฎาคม นี้ ซึ่งกองทุนนี้เป็นกองทุนที่มองเทรนด์ในระยะยาว เพราะฉะนั้นผู้ลงทุนควรลงทุนในระยะยาว และสามารถรับความผันผวนได้บ้างในระยะสั้น เนื่องจากกองทุนนี้มีการลงทุนแบบเจาะจงในธุรกิจเดียวก็อาจเกิดความผันผวนได้มากกว่าการลงทุนปกติ ดังนั้นผู้ลงทุนควรพิจารณากระจายการลงทุนนะครับ
คำเตือน ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
สามารถเข้ามาพูดคุยกันได้ที่ [email protected]







