posttoday
ลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ อย่าดูแค่ผลการดำเนินงานย้อนหลัง

ลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ อย่าดูแค่ผลการดำเนินงานย้อนหลัง

25 มิถุนายน 2558

โดย.. อาทิตย์ ทองเจริญ ฝ่ายกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์การลงทุน บลจ.กสิกรไทย

โดย.. อาทิตย์ ทองเจริญ ฝ่ายกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์การลงทุน บลจ.กสิกรไทย

เมื่อพูดถึงกองทุนตราสารหนี้ ผู้ลงทุนคงคุ้นเคยกับกองทุนประเภท Fixed Term ที่กำหนดอายุกองทุน (เช่น 3 เดือน , 6 เดือน ฯลฯ) ซึ่งจะมีการลงทุนในตราสารหนี้หรือเงินฝากที่มีอายุใกล้เคียงกับกองทุนและถือไปจนครบอายุ ทำให้กองทุนประมาณผลตอบแทนล่วงหน้าได้ว่าจะได้รับเท่าไหร่หากลงทุนจนครบอายุกองทุน หากไม่มีการผิดนัดชำระหนี้ อย่างไรก็ดี ในช่วงที่ผ่านมา ผลตอบแทนของกองทุน Fixed Term ได้ปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง จากการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ลดดอกเบี้ยนโยบายลงมา ส่งผลให้ตราสารหนี้ในประเทศมีผลตอบแทนลดลง

ขณะที่ตราสารหนี้ต่างประเทศเอง เมื่อแปลงด้วยต้นทุนการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนแล้ว ก็มีผลตอบแทนในรูปของเงินบาทลดลงด้วย ทำให้ผู้ลงทุนบางส่วนที่เคยลงทุนในกองทุนประเภทนี้ หันมาสนใจกองทุนตราสารหนี้แบบที่ไม่มีกำหนดอายุหรือกองทุนตลาดเงินมากขึ้น โดยดูจากผลตอบแทนย้อนหลัง 3 เดือน 6 เดือน 1 ปี ฯลฯ และเกิดความเข้าใจผิดไปว่า หากลงทุนในกองทุนดังกล่าวโดยถือตามระยะเวลาที่บอกไว้ ก็จะได้ผลตอบแทนเท่านั้น

ดังนั้นก่อนที่จะลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ที่ไม่กำหนดอายุเหล่านี้ ควรทำความเข้าใจหลักพื้นฐานก่อนว่า ราคาตราสารหนี้จะแปรผกผันกับอัตราดอกเบี้ยในท้องตลาด กล่าวคือ หากอัตราดอกเบี้ยในท้องตลาดปรับตัวขึ้น ราคาตราสารหนี้จะลดลง แต่หากอัตราดอกเบี้ยในท้องตลาดลดลง ราคาตราสารหนี้จะเพิ่มขึ้น หรืออธิบายง่ายๆ ว่า ในช่วงที่ดอกเบี้ยลดลง ตราสารหนี้ที่ออกใหม่จะให้อัตราดอกเบี้ยลดลงไปด้วย ในขณะที่ตราสารหนี้ที่ออกมาแล้วก่อนหน้านั้นจะให้ดอกเบี้ยในอัตราที่สูงกว่า จึงทำให้ผู้ลงทุนมีความต้องการมากกว่า ส่งผลให้ราคาของตราสารหนี้เก่าปรับตัวเพิ่มขึ้น ในทางตรงกันข้าม หากดอกเบี้ยในตลาดปรับตัวสูงขึ้น ผู้ที่จะออกตราสารใหม่ ก็ต้องออกตราสารที่จ่ายดอกเบี้ยสูงขึ้น แต่ตราสารที่เสนอขายอยู่ในตลาด ณ ปัจจุบันมีดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า ทำให้ความต้องการลดลง และส่งผลทำให้ราคาตราสารหนี้เก่าลดลงด้วย
ในส่วนของกองทุนตราสารหนี้แบบไม่มีกำหนดอายุกองทุน หรือกองทุนตลาดเงิน เนื่องจากกองทุนจะมีการถือตราสารหนี้อยู่ในกองทุนอยู่แล้ว ในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยในท้องตลาดเปลี่ยนแปลง กองทุนก็จะได้รับผลกระทบด้วย ทั้งนี้การที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงมาแล้วถึง 2 ครั้งตั้งแต่ต้นปี รวม 0.50% จึงทำให้ราคาตราสารหนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้น ดังนั้น กองทุนที่มีการถือตราสารหนี้ไว้อยู่แล้ว โดยเฉพาะตราสารหนี้ที่มีอายุยาวๆ ตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป จะได้รับประโยชน์จากราคาตราสารหนี้ที่เพิ่มขึ้น ทำให้มูลค่าหน่วยลงทุนเพิ่มขึ้นตาม ซึ่งจะเห็นได้ว่าในช่วงตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา มีบางกองทุนที่ลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอายุตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป ให้ผลตอบแทนที่ค่อนข้างสูงถึง 5 – 6% ต่อปี ทำให้ผู้ลงทุนหลายราย หันมาให้ความสนใจกองทุนประเภทนี้เป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยอื่นที่ต้องคำนึงด้วยเช่นกัน คือ เมื่อตราสารที่อยู่ในกองทุนค่อยๆ ทยอยครบอายุ กองทุนจะต้องไปหาตราสารใหม่เข้ามาลงทุนเพื่อชดเชยตราสารเก่าด้วย ดังนั้นเมื่อแนวโน้มดอกเบี้ยในตลาดลดลง ตราสารที่กองทุนจะเข้าลงทุนก็จะมีดอกเบี้ยลดลง ทำให้แนวโน้มผลตอบแทนในอนาคตของกองทุน ลดลงด้วยเช่นเดียวกัน ดังนั้น การพิจารณาผลตอบแทนในอดีตของกองทุนเหล่านี้ จึงไม่สามารถยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคตของกองทุนได้

ทั้งนี้ แม้อัตราดอกเบี้ยได้ปรับตัวลดลงมาค่อนข้างมากแล้ว แต่ก็ยังมีโอกาสปรับลดลงมาได้อีก แต่อาจจะไม่แรงเหมือนในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ทำให้โอกาสที่ราคาตราสารหนี้จะปรับขึ้นแรงมีอยู่จำกัดด้วย นอกจากนี้ การที่ตราสารหนี้เก่าๆทยอยครบอายุ ตราสารหนี้ใหม่ๆที่กองทุนจะเข้าลงทุน ก็มีดอกเบี้ยลดลงตามสภาวะตลาด จึงมีโอกาสที่ผลตอบแทนของกองทุนเหล่านี้จะลดลงจากอดีต

นอกจากนี้ปัจจัยภายนอก เช่น การปรับขึ้นดอกเบี้ยของ FED ที่เศรษฐกิจเริ่มดีขึ้น, แนวโน้มการแก้ไขปัญหาหนี้ของกรีซ และปัจจัยภายใน เช่น มุมมองของกนง.ต่อการพิจารณาดอกเบี้ยนโยบาย, ความกังวลว่ารัฐบาลจะกู้เงินด้วยการออกพันธบัตรมากขึ้นเพื่อนำไปกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ, ความคาดหวังของการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยและทิศทางค่าเงินบาท ปัจจัยเหล่านี้จะทำให้ความคาดหวังอัตราดอกเบี้ยในท้องตลาดมีความผันผวนมากขึ้น และส่งผลต่อราคาของตราสารหนี้และผลตอบแทนของกองทุนในระยะสั้นด้วย ดังนั้นผู้ลงทุนควรจะลงทุนอย่างน้อย 6 เดือนขึ้นไป

โดยสรุป สิ่งที่ผู้ลงทุนต้องพิจารณาก่อนเลือกลงทุนในกองทุนตราสารหนี้แบบที่ไม่ได้มีกำหนดระยะเวลา คือ 1) อัตราดอกเบี้ยในตลาดที่อาจปรับตัวลดลงได้อีก ดังนั้นหากสามารถลงทุนได้ยาวขึ้น ก็มีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดีขึ้น  2) การยอมรับความเสี่ยง หากไม่ชอบความผันผวน ควรหลีกเลี่ยงกองทุนที่มีการถืออายุตราสารยาวๆ เพราะจะมีความผันผวนมากกว่า หรือหากยอมรับความเสี่ยงได้ต่ำ ก็อาจเลือกกองทุนตราสารหนี้ที่เน้นลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐ หรือเน้นลงทุนในประเทศมากกว่าลงทุนในเอกชนหรือต่างประเทศ และ 3) ระยะเวลาที่ต้องการลงทุน หากไม่สามารถลงทุนได้เป็นเวลานาน ก็ควรที่จะเลือกลงทุนในกองทุนประเภทตลาดเงิน หรือกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นที่มีอายุเฉลี่ยของตราสารหนี้โดยส่วนใหญ่ไม่เกิน 3 เดือน

แต่หากสามารถลงทุนได้ยาวตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป เพื่อผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นก็จะเป็นทางเลือกที่ดีในภาวะที่ดอกเบี้ยจะยังคงอยู่ในระดับต่ำไปอีกพักหนึ่ง สิ่งต่างๆเหล่านี้ จึงไม่สามารถพิจารณาจากผลการดำเนินงานย้อนหลังของกองทุนได้เพียงอย่างเดียว นักลงทุนควรระมัดระวังและตระหนักว่า การลงทุนในตราสารหนี้ ย่อมมีโอกาสขาดทุนได้เช่นกัน

คำเตือน : ผู้ลงทุนโปรด “ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน”

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน