
การเป็นนักลงทุน ที่ชาญฉลาด (ตอน6)
โดย...กิติชัย เตชะงามเลิศ นักลงทุนหุ้นและอสังหาริมทรัพย์
โดย...กิติชัย เตชะงามเลิศ นักลงทุนหุ้นและอสังหาริมทรัพย์
เมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เพิ่งปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% หลังจากที่ไม่ได้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวมานาน ซึ่งอัตราดอกเบี้ยระดับนี้ เป็นอัตราที่เหนือกว่าอัตราดอกเบี้ยช่วงวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์เพียง 0.25% เท่านั้น และมีแนวโน้มอีกว่า กนง.จะมีการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 0.25% ในการประชุมครั้งถัดไป หรืออีก 2 ครั้งข้างหน้า เพราะว่าตัวเลขเศรษฐกิจของไทยเราตั้งแต่ปีที่แล้วที่อัตราเติบโตผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) โตเพียง 0.7% เท่านั้น
การส่งออกก็ติดลบ มิหนำซ้ำตัวเลขส่งออกไตรมาสแรกก็ยังติดลบอยู่อีก ยอดซื้อสินค้าคงทน เช่น รถยนต์ ก็ยังมีการเติบโตที่ลดลง ยอดขายรถยนต์ในงานมอเตอร์โชว์ที่ผ่านมาก็มียอดขายต่ำกว่าเป้าหมาย ส่วนยอดขายอสังหาริมทรัพย์ในหลายๆ ประเภท มียอดขายที่ลดลง ตัวเลขค้าปลีกยังซบเซา
ถึงแม้จะยังไม่มีข่าวดีทางด้านเศรษฐกิจของไทย แต่ถ้า กนง.ลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งหนึ่งอย่างที่คาด ก็จะทำให้นักลงทุนต้องเริ่มหาช่องทางลงทุนที่จะเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุนแทนที่จะลงทุนในตราสารหนี้ซึ่งมีผลตอบแทนต่ำลงอีก
ดังนั้น การลงทุนในตราสารทุนหรือหุ้นนั่นเอง ซึ่งจะกลายเป็นทางเลือกที่ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนสถาบัน หรือผู้มีเงินออมที่เป็นนักลงทุน อาจจะมีการปรับเปลี่ยนสินทรัพย์ในพอร์ต
ดังนั้นบางครั้งแม้ตัวเลขเศรษฐกิจไม่ดี แต่ราคาหุ้นกลับสูงขึ้นได้ กลุ่มที่เป็นเป้าหมายของการลงทุนเบื้องต้นคงจะเป็นหุ้นกลุ่มที่มีอัตราผลตอบแทนปันผลสูง ซึ่งนักลงทุนคาดหวังผลตอบแทนที่ได้จากเงินปันผลของหุ้นเหล่านี้
ส่วนเศรษฐกิจไทยยังมีการคาดหวังว่าจะเห็นเม็ดเงินลงทุนจากสหรัฐในครึ่งปีหลังนี้ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นจริง เศรษฐกิจไทยโดยรวมควรจะดีขึ้น เพราะการลงทุนภาครัฐเป็นกลจักรหนึ่งในตัวที่จะช่วยเศรษฐกิจของไทย เพราะกลจักรอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการบริโภคภายใน การลงทุนภาคเอกชน การส่งออกที่ยังดูย่ำแย่
ส่วนการท่องเที่ยวที่ทำท่าว่าจะดีแต่ก็มีปัญหาเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยจากองค์กร ICAO ที่ไทยเราถูกปฏิเสธจากญี่ปุ่นและเกาหลี สำหรับเที่ยวบินที่เป็นชาร์เตอร์ไฟลต์ แต่รวมๆ การท่องเที่ยวน่าจะยังดีอยู่ การท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมที่มีผลกระทบกับธุรกิจต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ธุรกิจจัดสัมมนา ร้านอาหาร สปา ฯลฯ ซึ่งเกี่ยวข้องกับคนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเหล่านี้
แต่น่าเสียดายที่นักท่องเที่ยวชาวรัสเซียที่เป็นนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวไทย ประมาณ 1.6 ล้านคน เป็นอันดับที่ 3 รองจากนักท่องเที่ยวจีน ที่เข้ามาถึง 4.6 ล้านคน และมาเลเซียที่เข้ามา 2.64 ล้านคน ซึ่งตัวเลขเหล่านี้เป็นตัวเลขนักท่องเที่ยวปี 2557 จากปัญหาที่ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่ตกต่ำ ค่าเงิน 1 รูเบิ้ลที่เคยมีค่าประมาณ 1.2 บาท ปัจจุบันมีค่าเพียง 0.60 บาท ทำให้เศรษฐกิจรัสเซียตกต่ำ จำนวนชาวรัสเซียที่ออกมาเที่ยวนอกประเทศลดลงอย่างมาก
ถึงแม้ประเทศไทยจะเป็นจุดหมายปลายทางที่ยอดนิยมของชาวรัสเซีย เนื่องจากมีทะเลที่สวยงาม และค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวไม่แพง คุ้มค่าเงิน ดังที่ว่า หน่วยงานหรือสื่อใดๆ ก็ตามเมื่อทำการสำรวจ ประเทศไทยมักติดอันดับ TOP 5 หรืออย่างน้อย TOP 10 ประเทศที่คุ้มค่าเงินที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยว
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนักท่องเที่ยวรัสเซียที่เข้ามาเที่ยวไทยลดลงอย่างน่าใจหาย ส่งผลกระทบกับการท่องเที่ยวของไทยโดยเฉพาะพัทยา ซึ่งเป็นเมืองที่เป็นที่นิยมอย่างมากของชาวรัสเซีย สังเกตง่ายๆ จากสถานบริการต่างๆ ในพัทยาหลายแห่งติดป้ายภาษารัสเซีย กระทั่งโรงพยาบาลชั้นนำของพัทยายังต้องมีเจ้าหน้าที่ที่พูดภาษารัสเซียได้อีกด้วย
การลดลงของนักท่องเที่ยวรัสเซียทำให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยวสัญชาตินี้ต้องปิดตัวลง บ้างก็มีปัญหาเรื่องการผ่อนจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้กับสถาบันการเงิน คนงานโดนลดเวลาโอทีลง บ้างถึงกับโดนปลดออก มีการประกาศขายโรงแรมในพัทยาอยู่หลายโรงแรมเลยทีเดียว ยังไม่รวมอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะคอนโดที่กำลังผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด ที่นอกจากจะถูกจองโดยคนที่อยากจองไว้อยู่เอง หรือจองไว้เพื่อมาพักผ่อนที่พัทยา รวมทั้งนักเก็งกำไร
และอีกกลุ่มหนึ่งก็คือ คนซื้อที่เป็นชาวรัสเซีย คงจะมีการทิ้งดาวน์ และช่วงที่จะมีการโอนคอนโดเหล่านี้ เวลาตึกสร้างเสร็จคงจะมีคนจองหลายรายที่ถูกปฏิเสธการกู้จากสถาบันการเงิน เนื่องจากรายได้ที่ลดลง กอปรกับมาตรการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ขอกู้ที่เข้มงวดมากขึ้น จากการที่สถาบันการเงินมีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) สูงขึ้นอย่างมาก รวมทั้งการทิ้งดาวน์ของชาวรัสเซีย ที่ยอมตัดขายขาดทุน
นั่นหมายถึงถ้าคุณเป็นเหยี่ยวคุณจะได้คอนโดเหล่านี้ที่ราคาถูกกว่ายอดขายเสียอีก เพราะว่านอกจากจะได้สัญญาจองซื้อคอนโดที่ราคายอดขาย แล้วยังได้ส่วนลดจากการยอมขายขาดทุนจากคนที่ไม่สามารถจะโอนได้ ไม่ว่าจะเป็นสาเหตุใดก็ตาม เนื้อที่หมดอีกแล้ว เรามาต่อตอนหน้าในสัปดาห์หน้าแล้วกัน







