posttoday
การเป็นนักลงทุนที่ชาญฉลาด (ตอนที่ 4)

การเป็นนักลงทุนที่ชาญฉลาด (ตอนที่ 4)

10 มิถุนายน 2558

โดย...กิติชัย เตชะงามเลิศ นักลงทุนหุ้นและอสังหาริมทรัพย์

โดย...กิติชัย เตชะงามเลิศ นักลงทุนหุ้นและอสังหาริมทรัพย์

สัปดาห์นี้ เรามาคุยกันต่อจากสัปดาห์ที่แล้ว เรื่องการบริหารจัดการสภาพคล่องและการใช้บัญชี MARGIN จริงๆแล้วบัญชี MARGIN เปรียบเสมือนดาบ 2 คม คือ มีประโยชน์มากแต่ถ้าใช้ไม่เป็นก็สามารถสร้างโทษมหันต์ได้เช่นกัน เพราะว่าเวลาตลาดหุ้นขาขึ้น ถ้าคุณใช้ MARGIN คุณก็สามารถสร้างผลกำไรได้มากกว่า การใช้บัญชีเงินสด โดยเฉพาะถ้าคุณลงทุนหุ้นถูกต้องถูกจังหวะก็เปรียบเสมือนเสือติดปีกเลยทีเดียว

ลองมาดูกันครับ ถ้าคุณมีเงิน 1 ล้านบาท คุณลงทุนด้วยบัญชีเงินสด คุณสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนในรอบตลาดขาขึ้นนี้ ได้ 80% นั่นหมายถึง คุณสามารถทำกำไรได้ 800,000 บาท แต่ถ้าคุณลงทุนด้วยบัญชี MARGIN และหุ้นที่ซื้อทั้งหมดเป็นหุ้นที่โบรคเกอร์คุณให้ MARGIN 50% และคุณลงทุนเต็มวงเงิน นั่นหมายถึงคุณสามารถซื้อหุ้นในมูลค่าได้ถึง 2ล้านบาท คือเป็นเงินจากหลักประกันของคุณ 1ล้านบาทและเงินกู้จากโบรคเกอร์อีก 1ล้านบาท สมมติต่อไปว่า ทางโบรคเกอร์คิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้คุณ 7% ต่อปี สมมติว่าคุณซื้อหุ้นแล้วลงทุนถือยาวไป 1ปีพอดี คุณต้องจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ทั้งปีเป็นเงิน 72,290 บาท (ดอกเบี้ยคิดทุสิ้นเดือน ทบต้นไปทุกๆเดือน)

สมมติว่าคุณลงทุนเหมือนกับที่คุณซื้อในบัญชีเงินสดทุกประการ แต่เม็ดเงินที่ลงทุนเป็น 2 เท่า นั้นหมายความว่าคุณจะได้กำไรจากการลงทุน1.60ล้านบาท หักดอกเบี้ยจ่าย 72,290บาทเท่ากับว่าคุณได้กำไรสุทธิ 1,527,710 บาทหรือคิดเป็นผลตอบแทนจากการลงทุนสุทธิเท่ากับ 152.77% เลยทีเดียว นี่คือเสน่ห์ของการใช้ MARGIN ในการลงทุนในช่วงตลาดขาขึ้น และคุณลงทุนหุ้นถูกตัว

แต่ในทางกลับกันถ้าช่วงที่คุณลงทุนอยู่นั้น ตลาดหุ้นอยุ่ในช่วงวิกฤต ปรากฏว่าเงินที่คุณลงทุนไว้ 1 ล้านในบัญชีเงินสดปรากฏว่า มูลค่าหุ้นในพอร์ตลดลงไปเหลือ 700,000 บาท เท่ากับว่าคุณขาดทุนไป 30%

เราลองมาดูกันว่า ถ้าช่วงนั้นคุณลงทุนด้วย MARGIN คุณจะเป็นอย่างไรบ้าง ผมบอกไว้ก่อนเลยครับว่า เหมือนกับดูหนังคนละเรื่องกันเลยทีเดียว ถึงแม้ดาราแสดง (หุ้น) ตัวเดียวกันและผู้กำกับ (ตัวคุณเอง) คนเดียวกัน สมมติฐานเดียวกันกับช่วงหุ้นขาขึ้น คือลงทุน 2 ล้าน  จากหลักประกัน 1 ล้าน หุ้นที่ลงทุนเหมือนกันแต่ปริมาณหุ้นเป็น 2 เท่า จากการใช้ MARGINในสภาพตลาดแบบเดียวกัน คุณจะขาดทุนเป็น 2 เท่าคือ 600,000 บาท เมื่อนำดอกเบี้ยจ่ายมารวมเข้าไปนั่นหมายถึง คุณจะขาดทุนรวม 672,290 บาท  หรือขาดทุน 67.23% เลยทีเดียว ส่วนของทุนของคุณจะเหลือเพียง 327,710 บาทเท่านั้นเอง

เห็นไหมครับว่า นรกมีจริง ผมจึงมีความเห็นว่าบัญชี MARGINไม่เหมาะกับนักลงทุนที่มีประสบการณ์การลงทุนที่น้อยกว่า 5 ปีขึ้นไป และไม่ใช่ว่าคุณมีประสบการณ์การลงทุนมากกว่า 5ปี แล้วคุณจะเหมาะสมที่จะใช้บัญชี MARGINในการลงทุน เพราะนอกเหนือจากประสบการณ์จากการลงทุนที่ยาวนานแล้ว ความเชี่ยวชาญและความเข้าใจการลงทุนต้องมีมากพอ

จากตัวอย่างที่ให้เห็นข้างต้น ส่วนมากผมจะแนะนำให้ซื้อขายในบัญชี MARGIN แต่อย่าเพิ่งใช้วงเงินกู้ ให้เก็บเอาไว้ใช้ในช่วงที่ตลาดวิกฤตจริงๆ จะทำให้คุณมีอำนาจการซื้อในยามที่หุ้นตก

ในขณะที่ถ้าคุณใช้บัญชีเงินสด และคุณซื้อจนหมดเงินแล้วคุณก็จะได้แต่ทำตาปริบๆ เฝ้าดูราคาหุ้นที่ตกลงไปจนบางตัวทั้งๆ ที่เป็นหุ้นดีๆ แต่ราคาตกต่ำลงไปตามภาวะตลาด จนราคาถูกว่าปัจจัยพื้นฐานมากๆ ซึ่งเป็นเรื่องจริงปกติของตลาดหุ้นที่มีความเป็น EXTREME มากๆ คือเวลาภาวะตลาดหุ้นดี ราคาหุ้นส่วนใหญ่ก็มีราคาสูงขึ้น โดยมีหุ้นหลายตัวเลยทีเดียวที่ราคาสูงเกินปัจจัยพื้นฐาน บางครั้งมีราคาพุ่งเกินมากกว่า 20-30% เลยเสียด้วยซ้ำ

ในทางกลับกัน ในยามตลาดขาลง ราคาหุ้นส่วนใหญ่ก็จะมีราคาลดลง โดยมีหุ้นหลายตัวเลยที่ราคาต่ำเกินปัจจัยพื้นฐานมากๆ บางครั้งต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐานถึง 20-30% เลยก็มี บางครั้งมีข่าวลือที่ไม่เป็นจริงแต่ทำให้ตลาดหุ้นลงแรงๆอย่างเช่นวันที่ 15 ธันวาคม ปี 2557  ที่ตลาดหุ้นลงไปทำจุดต่ำสุดที่ 1,375.99 จากราคาปิดวันก่อนหน้าที่ 1,514.95 จุด ลดลงไปถึง 138.96 ภายในวันเดียว หรือลดลงไปถึง 9.17% เกือบถึงจุด CIRCUIT BREAKER ที่ 10% เลยทีเดียว

ก่อนที่นักลงทุนจะตระหนักว่าเป็นข่าวลือที่ไม่จริง จนตอนปิดตลาดขึ้นมาปิดที่ 1,478.49 ขึ้นมาจากจุดที่ต่ำสุด 102.50 จุด คิดเป็น 7.45 % ภายในครึ่งวันทำการเท่านั้น ถ้าในวันนั้นท่านมีสภาพคล่องเหลือไม่ว่าจะเป็นบัญชีเงินสดหรือบัญชี MARGINก็ตาม และท่านเป็นนักลงทุนที่ใช้เหตุใช้ผล คงจะเข้าไปซื้อหุ้นตอนช่วงที่ SET INDEX ตกต่ำกว่า 1,400 จุดเป็นแน่ ลองคิดดูสิครับ ว่าท่านจะได้กำไรเพียงใด อ่านตอนต่อไปในฉบับหน้านะครับ

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน