posttoday
ถึงหุ้นจะปรับฐาน  ถ้าเน้นระยะยาวและลงทุนเป็น ก็ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

ถึงหุ้นจะปรับฐาน ถ้าเน้นระยะยาวและลงทุนเป็น ก็ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

20 พฤษภาคม 2558

โดย...บุญชัย เกียรติธนาวิทย์ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บลจ.ธนชาต

โดย...บุญชัย เกียรติธนาวิทย์ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บลจ.ธนชาต

ในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา เรียกได้ว่าเป็นช่วงที่ตลาดหุ้นไทยอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด อาจด้วยเพราะปัจจัยลบที่มีในช่วงนี้ ทั้งตัวเลขหนี้ครัวเรือนของไทยที่อยู่ในระดับสูงจนถูกมองว่าเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจในปีนี้โดยเฉพาะเมื่อตัวเลขหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีล่าสุดอยู่ที่ระดับ 87 % ของ GDP ประกอบกับผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนออกมาต่ำกว่าคาดการณ์ก็อาจส่งผลต่อภาพรวมการลงทุนในปีนี้ได้ นอกจากนั้นในด้านตัวเลขการส่งออกก็แย่กว่าคาด และที่สำคัญส่วนที่เป็นความหวังของนักลงทุนอย่างงบลงทุนของภาครัฐก็ยังไม่ส่งผลอย่างเป็นรูปธรรมมากนัก เพราะเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา

แต่จะเห็นว่าในความที่คิดว่าไม่มีแสงสว่างนั้น ก็ยังมีปัจจัยบวกที่สำคัญอยู่มาก ทั้งอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำทั่วโลกทำให้เงินทุนไหนมาในสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นมากขึ้น ประกอบกับธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ก็น่าจะไม่ขึ้นดอกเบี้ยเร็วนัก แม้จะคงอัตราดอกเบี้ยระดับต่ำที่ร้อยละ 0 - 0.25 มานานกว่า 6 ปีแล้วก็ตาม ส่วนราคาน้ำมันแม้จะมีการดีดกลับแต่ก็ยังถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับปีก่อน และในส่วนของมาตรการภาครัฐที่มีการลดดอกเบี้ยก็ส่งผลให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นปัจจัยบวกต่อการลงทุนในหุ้นไทยในอนาคตแทบทั้งสิ้น

ผมเชื่อว่าสิ่งดีๆ กำลังจะเกิดขึ้น …แต่ไม่ว่าหุ้นจะผันผวนอย่างไร ผมยังยืนยันว่า "การลงทุนในหุ้นไม่น่ากลัวอย่างที่คิด ถ้าเราลงทุนเป็น และมีวินัยนานพอ"

ที่ผ่านมาผมมักเห็นผู้ลงทุนชื้อหุ้นตอนราคาสูง ๆ เพราะเวลาเห็นหุ้นขึ้นแล้วก็อยากเล่น อยากได้กำไรบ้าง แต่ไม่อดทนพอเมื่อเห็นหุ้นติดลบ มีความอ่อนไหวกับตลาดหุ้นในระยะสั้นสูง จนมองเห็นหุ้นแต่ในด้านที่มีความเสี่ยง ทั้งๆ ที่หุ้นยังมีสิ่งดี ๆ อยู่อีกหลายด้าน อย่างเงินปันผลตลาดหุ้นไทยเมื่อปีที่ผ่านมาก็สูงเกือบ 3% หุ้นการสื่อสารบางตัวก็จ่ายเงินปันผลประมาณ 5-6% เลยนะครับ

เราได้ยินกันมานานว่าหุ้นต้องลงทุนยาว ๆ งั้นมาว่ากันด้วยเรื่องสถิติที่ผ่านมาของการลงทุนในหุ้นไทยกันดีกว่า คำว่า “ลงทุนระยะยาว” สำหรับผมคือ อดทนรอให้โอกาสหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดีฟื้นตัวจากข่าวร้ายในระยะสั้นบ้าง บางคนตกใจตอนเห็นพอร์ตลงทุนของตัวเองเป็นสีแดงก็รีบเทขาย จากที่แค่ขาดทุนชั่วคราวกลายเป็นขาดทุนถาวรทันที

จากตารางจะเห็นได้ว่า ในปี 2549,2551,2554 ตลาดหุ้นไทยติดลบจนหลายคนอาจตกใจ ถ้าผู้ลงทุนใช้อารมณ์รีบเทขายไปในปีนั้นก็จะขาดทุน แต่หากผู้ลงทุนอดทนรอให้โอกาสหุ้นพื้นฐานดีกลับตัวจากข่าวร้ายในปีถัดมา ก็จะพบว่ากลับมาได้รับผลตอบแทนที่น่าพอใจมาก เรียกได้ว่ากำไรหลายเท่าเมื่อเทียบกับปีก่อน แล้วที่ว่าตลาดหุ้นแย่ๆ ก็ยังมีหุ้นบางตัวที่น่าลงทุน ซึ่งจะเป็นหุ้นแบบไหน ในครั้งหน้าเรามาดูกันครับ

สามารถเข้ามาพูดคุยกันได้ที่ [email protected]

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน