
เว้นวรรคเพ้อเจ้อ
ภายหลังสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) อภิปรายร่างรัฐธรรมนูญร่างแรกควรมีการปรับปรุงหลายมาตรา
โดย...ธรรมสถิตย์ ผลแก้ว
ภายหลังสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) อภิปรายร่างรัฐธรรมนูญร่างแรกควรมีการปรับปรุงหลายมาตรา ปรากฏว่า กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญตอบรับเสียงท้วงติง พร้อมกับเปิดรับความคิดเห็นจากนักการเมือง ซึ่งเป็นผู้ที่เข้าสู่อำนาจนิติบัญญัติ บริหาร ตามรัฐธรรมนูญโดยตรง
เฉพาะในส่วนของพรรคการเมือง วางกำหนดการเชิญตัวแทนเข้าแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในวันที่ 2-6 มิ.ย. 2558 โดยในวันที่ 6 มิ.ย. จะเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองที่มี สส.ในสภาสมัยที่แล้วเข้าชี้แจงพรรคละ 1 ชั่วโมง
ย่อมแสดงให้เห็นว่า กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้ปิดกั้นข้อคิดเห็นจากนักการเมือง ทว่านักการเมืองบางพรรคกลับออกมาแสดงโวหารโจมตีร่างรัฐธรรมนูญ บอกว่า “ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มุ่งแต่ปฏิรูปการเมืองโดยมองนักการเมืองแบบมีอคติ”
นักการเมืองบางรายถึงกับท้าทายว่า “ถ้ารังเกียจนักการเมืองมากนักหรือมีอคติมากอยากเสนอให้เว้นวรรคอดีต สส. อดีตนักการเมืองทั้งหมดทุกคนไป 1 สมัย ล้างน้ำกันแบบยกเค้าให้คนหน้าใหม่มาเล่นบ้าง”
พิจารณาวาทะดังกล่าวบนความเป็นไปได้ในแง่ของการร่างรัฐธรรมนูญให้เว้นวรรคอดีต สส.แทบเป็นไปไม่ได้เลย เพราะจะขัดหลักสิทธิเสรีภาพ เป็นการเลือกปฏิบัติเกินไป อีกทั้งยังจะบ่งบอกให้เห็นถึงความมีอคติต่อนักการเมืองอย่างชัดแจ้ง
อีกอย่างรับรู้ในหมู่นักการเมืองมิใช่หรือ กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญกำลังเชิญตัวแทน สส.สมัยที่แล้วมาแสดงความคิดเห็นเพื่อปรับแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญให้เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น จึงสร้างความงุนงงสงสัยต่อคำกล่าวของนักการเมืองผู้นั้น คณะผู้ร่างรัฐธรรมนูญสร้างความรังเกียจ มีอคติต่อนักการเมืองได้อย่างไร
คำกล่าวนักการเมืองประเภทนี้ ทุบโต๊ะได้เลย เป็นลักษณะประชดประชันหาแก่นสารสาระอะไรไม่ได้ แทนที่จะปล่อยวางประโยชน์ส่วนตนมองถึงการปฏิรูปเพื่อประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก







