
มั่นใจ “กองทุนรวม” ... ไว้ใจ “ผู้จัดการกองทุน” (ตอนจบ)
โดย...บุญชัย เกียรติธนาวิทย์ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บลจ.ธนชาต
โดย...บุญชัย เกียรติธนาวิทย์ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บลจ.ธนชาต
ฉบับที่แล้ว ผมพาท่านผู้อ่านไปล้วงลึกข้อมูลการบริหารกองทุนแบบอินไซต์ว่า การบริหารพอร์ตของกองทุนรวมของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนนั้น เขามีวิธีบริหารกันอย่างไร มั่นใจและเชื่อถือได้แค่ไหน ก็คงพอทำให้ท่านผู้อ่านคลายความสงสัยหรือคลายข้อกังขาในใจได้บางส่วน แต่ผมรู้ว่ายังมีบางท่านสงสัยว่า แล้วผู้จัดการกองทุนสามารถซื้อหุ้นเข้าพอร์ตตัวเองได้ไหม แล้วหากซื้อได้...การบริหารพอร์ตการลงทุนส่วนตัวของผู้จัดการกองทุนนั้นมีความโปร่งใส ไว้ใจได้เช่นกันหรือไม่?
การบริหารพอร์ตการลงทุนส่วนตัวของผู้จัดการกองทุนมีขั้นตอนควบคุมไว้มากมาย เพื่อให้ผู้ลงทุนมั่นใจและไว้วางใจ โดยมีทั้งเป็นหลักการสากลที่ใช้ทั่วโลก และหลักการของประเทศไทยเอง
อย่างที่ผมเคยกล่าวไปแล้วว่าผู้จัดการกองทุนต้องติดตามข้อมูลข่าวสารการลงทุนอย่างใกล้ชิด ทั้งการหาข้อมูลด้วยตัวเอง ศึกษาข้อมูลจากสื่อ งานวิจัย รวมไปถึงการพบปะกับบริษัทจดทะเบียนที่สนใจจะลงทุนด้วยตนเอง
หลายคนจึงเกิดคำถามว่า..พวกเราใช้ข้อมูลจากตรงนี้เพื่อหาประโยชน์หรือไม่ ผมก็ต้องขอเรียนว่าทำได้ยากครับ มันไม่ได้ง่ายเหมือนกับว่ารู้ว่าหุ้นนี้จะดี กองทุนจะซื้อ เราก็ซื้อด้วย อะไรทำนองนี้นะครับ เพราะในแต่ละบริษัทมีกฎระเบียบที่รัดกุมมากเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว
สำหรับ บลจ.ธนชาต เอง แม้ว่าเราจะเปิดโอกาสให้พนักงานทุกคนสามารถลงทุนในตลาดหุ้นด้วยตนเองได้ แต่การซื้อขายหุ้นของพนักงานทุกคนจะต้องเปิดบัญชีกับ บล.ธนชาต เท่านั้น เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบข้อมูล และต้องรายงานหุ้นที่สนใจกับทางสำนักกำกับดูแลกฎระเบียบและการปฏิบัติงาน (Compliance Unit) ก่อนที่จะส่งคำสั่งซื้อ โดยราคาที่ได้จะเป็นราคาปิดเท่านั้น เพราะต้องให้ Central Dealer ทำหน้าที่ซื้อขายหุ้นให้ ซึ่ง Central Dealer จะทำรายการซื้อขายของพนักงานตอนสี่โมงครึ่งเท่านั้น ราคาที่ได้จึงเป็นราคาปิด และเมื่อซื้อแล้วก็ต้องถือหุ้นตัวนั้นไปอย่างน้อย 30 วัน จึงจะสามารถขายได้ สิ่งเหล่านี้ส่งผลให้พนักงานไม่สามารถเก็งกำไรระยะสั้นหรือที่เรามักเรียกว่า Day Trading ได้
ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ที่มีหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการลงทุนหรือสามารถเห็นพอร์ตการลงทุนของกองทุนได้ ไม่ว่าจะเป็น ผู้บริหารหรือผู้จัดการกองทุน จะมีข้อห้ามเพิ่มเติม คือ ไม่สามารถซื้อหรือขายหุ้นตัวที่กองทุนทำรายการ (ไม่ว่าซื้อหรือขาย) ในวันเดียวกันได้ หากต้องการจะซื้อหรือขายต้องรอไปอีกอย่างน้อย 3 วัน เรียกได้ว่าหากกองทุนมีการทำรายการในหุ้นตัวนั้นทุกวัน ก็จะไม่สามารถซื้อหรือขายหุ้นตัวนั้นได้เลยครับ
อีกข้อกำหนด คือ ห้ามผู้จัดการกองทุนใช้เครื่องมือสื่อสารแบบพกพาติดต่อสื่อสารกับบุคคลภายนอกระหว่างปฏิบัติหน้าที่ เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลต่าง ๆ รั่วไหล เครื่องมือสื่อสารของผู้จัดการกองทุนจะต้องวางไว้ในที่ที่บริษัทจัดให้เท่านั้น ดังนั้นหากผู้จัดการกองทุนจะติดต่อบุคลากรภายนอก ก็จะต้องใช้โทรศัพท์ปกติเท่านั้น ซึ่งจะมีการอัดเทปไว้ครับ
จริงๆ ยังมีข้อกำหนดอีกหลายข้อที่ระบบมีการออกแบบเพื่อไม่ให้ผู้จัดการกองทุนสามารถนำเอาข้อมูลภายในไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว โดยหากผู้จัดการกองทุนฝ่าฝืน หรือมีเหตุอันไม่สมควร ก็จะโดนบทลงโทษฐานทุจริต ซึ่งโทษอาจเป็นทั้งจำทั้งปรับแล้วแต่กรณีไป ท้ายที่สุดก็ต้องมีการเพิกถอนใบอนุญาตผู้จัดการกองทุนนั้น ๆ ... เห็นไหมครับว่า ในข้อที่ใครคิดว่าเราได้เปรียบด้านข้อมูล เราก็ถูกจำกัดข้อได้เปรียบนั้นไม่ให้สามารถนำไปหาผลประโยชน์ส่วนตนได้ เป็นการสร้างความโปร่งใสในการบริหารเงินลงทุนของธุรกิจจัดการลงทุนครับ
สามารถเข้ามาพูดคุยกันได้ที่ [email protected]







