
ห่วงสภาปฏิรูป
ก่อนที่ร่างรัฐธรรมนูญจะออกมาสู่สายตาประชาชน ต่างมีเสียงท้วงติงจากนักการเมือง นักวิชาการ หรือแม้แต่ภาคประชาชน
โดย...เลอลักษณ์ จันทร์เทพ
ก่อนที่ร่างรัฐธรรมนูญจะออกมาสู่สายตาประชาชน ต่างมีเสียงท้วงติงจากนักการเมือง นักวิชาการ หรือแม้แต่ภาคประชาชน แสดงความกังวลกับร่างรัฐธรรมนูญในส่วนของการเมืองทั้งสิ้น อาทิ เรื่องที่มานายกรัฐมนตรี ที่จะเปิดช่องให้นายกฯ คนนอกเข้ามา โดยหมกเม็ดหวังใช้เป็นช่องทางสืบทอดอำนาจหรือไม่
เรื่องที่มา สว.ที่เดิมถูกตีตราว่ามีสัดส่วนที่มา สว.ที่มาจากการลากตั้ง แต่ทั้งสองเรื่องก็เริ่มเบาลงไป เมื่อมีการปรับเปลี่ยนให้ที่มานายกฯ คนนอก ต้องมีเสียง 2 ใน 3 ของสภา ส่วนที่มา สว.ก็ให้ประชาชนเลือก สว.เองจังหวัดละ 1 คน แม้จะ สว.เหล่านี้จะถูกสรรหามาก่อนก็ตาม
แต่เมื่อเวลาการอภิปรายผ่านไปสามวันสามคืน เรื่องที่กลับมาเป็นปมใหญ่ และถูกวิพากษ์วิจารณ์มากที่สุด คือการผลักดันให้มี “สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ” โดยมีสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ไปดำรงตำแหน่งด้วย ซึ่งทำให้สังคมมองว่าคือ การ “สืบทอดอำนาจ”
เจ้าของเรือแป๊ะต้องอย่าลืมว่าเมื่อมีการเลือกตั้ง มีรัฐบาลมาจากประชาชน นั่นหมายความว่าสถานการณ์ประเทศไทยจะต้องดำรงอยู่บนหลักของประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์
ในทางกลับกันการผลักดันให้คณะทำงานจาก สนช. สปช. ซึ่งเป็นผู้ที่ไม่ได้มาจากฉันทามติของประชาชน แต่มาจากคณะรัฐประหาร โดยใช้อำนาจรัฏฐาธิปัตย์เข้ามามีบทบาทการทำงานต่อไปคงจะไม่เข้าที ประเทศไทยยังมีคนดี และมีคนมีความสามารถอีกมาก หากเปิดโอกาส และสร้างบรรยากาศให้คนเหล่านั้นเกิดความรู้สึกอยากเข้ามาร่วมพัฒนาประเทศ
ทุบโต๊ะ เลยว่าหากคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ และเจ้าของเรือแป๊ะ ไม่คิดแก้ปมการตั้งสภาขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศ อาจจะเป็นการเปิดช่องให้เกิดการประท้วง เรียกร้องคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ มิหนำซ้ำคิดในแง่ร้ายอาจจะเป็นการยื่นน้ำมันให้พวกไม่หวังดีต่อประเทศจุดไฟเผาขึ้นมาอีกครั้งก็ได้







