
ยาวิเศษ
เหมือนโดนตอร์ปิโดจ่อหลังเข้าเต็มรัก เมื่อคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี)
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
เหมือนโดนตอร์ปิโดจ่อหลังเข้าเต็มรัก เมื่อคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) ประกาศให้ใบเหลืองไทยในข้อหาไม่มีมาตรการที่เพียงพอในการต่อต้านการทำประมงที่ผิดกฎหมาย
หากไทยไม่แก้ไขปัญหา ขั้นตอนต่อไปก็คือการแจกใบแดง และอาจถึงขั้นคว่ำบาตรสินค้าประมงจากไทยที่ส่งออกไปสหภาพยุโรป หรืออียู ปีละกว่า 2.7 แสนล้านบาท
ก่อนหน้านี้ถ้าจำกันได้ เราเองก็เพิ่งโดนทิ้งบอมบ์จากปัญหามาตรการการบินของ องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอซีเอโอ) จนต้องหัวปั่นวิ่งหาทางแก้ไขกันอยู่ โดยเฉพาะจากผลกระทบที่ประเทศต่างๆ อาจถึงขั้นห้ามเครื่องบินของไทยเข้าไป
นอกจากนั้นยังไม่นับระเบิดแสวงเครื่อง จากการที่สหรัฐอเมริกาขู่จะเล่นงานในปัญหาการค้ามนุษย์ ซึ่งจะลงเอยอีหรอบเดิมด้วยมาตรการตอบโต้ทางการค้า ห้ามนำเข้าสินค้าอีก
ทั้งหมดน่าจะแสดงให้เห็นถึงปัญหาใหญ่ของประเทศ นั่นคือการไม่แก้ไขปัญหา ทุกอย่างดูเหมือนจะถูกซุกเอาไว้ใต้พรมอย่างมากมาย
และทั้งหมดยังสะท้อนถึงระบบบริหารบ้านเมืองในช่วงหลายรัฐบาลที่ผ่านมา ที่ปล่อยปละละเลยกันมาตลอด ไม่ได้วางรากฐานประเทศอย่างจริงจัง มองแต่เรื่องระยะสั้น หวังแค่เข้ามามีอำนาจ จากนั้นใช้อำนาจเพื่อแสวงหาประโยชน์ให้ตัวเอง ให้พวกพ้อง
คำว่าความสามารถในการแข่งขัน มาตรฐานสากล การเข้าสู่ตลาดโลก ฯลฯ ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ไม่เคยอยู่ในความรู้สึกนึกคิด จนทำให้บ้านเมืองจมปลักเหมือนในขณะนี้
หรืออาจพูดได้ว่า ระบบประชาธิปไตยแบบเดิมๆ สร้างแต่นักการเมืองที่มาแล้วก็ไป และทิ้งสารพัดปัญหาไว้รอท่า เหมือนระเบิดเวลาที่รอวันปะทุ
สุดท้ายสารพัดปัญหาก็มาประดังรวมกันในยามนี้ และต้องใช้อำนาจพิเศษจากการปฏิวัติเข้ามาจัดการ
ยิ่งมองยิ่งน่าคิดว่า หรือบ้านเมืองเราจำเป็นต้องใช้ระบบการเมืองที่มีลักษณะเฉพาะ ถึงจะจัดการปัญหากันได้
การ Set Zero ยังจะต้องเกิดขึ้นอีกเป็นระยะๆ นะหรือ?
มาตรา 44 ช่างเป็นยาวิเศษจริงๆ







