
อย่าหยุดยึด
เห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการที่ดินของรัฐต่างทำงานแข็งขันจริงจัง ช่างน่าชื่นใจเสียเหลือเกิ๊น
โดย...ขำ เคืองใจ [email protected]
เห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการที่ดินของรัฐต่างทำงานแข็งขันจริงจัง ช่างน่าชื่นใจเสียเหลือเกิ๊น
ไม่ใช่อะไรหรอกครับ กรณีการตรวจสอบพบพ่อค้านายทุน นักการเมือง เข้าไปครอบครองพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ หรือพื้นที่ ส.ป.ก. แล้วไปทำธุรกิจรีสอร์ทครบวงจร มันเกิดขึ้นมาทุกยุคทุกสมัย
เมื่อปรากฏเป็นข่าวทีนึง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ตื่นตัวระยะหนึ่งประกาศตรวจสอบดำเนินคดี แต่ใช่ว่าจะยึดคืนกันมาง่ายๆ บรรดานายทุนหัวใส นักการเมืองสมรู้ร่วมคิดกับเจ้าหน้าที่ราชการแปลงเอกสารสิทธิจากเคยระบุว่าครอบครองโดยมิชอบพลิกผันกลายเป็นครอบครองโดยชอบไป
บางกรณีครอบครองพื้นที่จำนวนหลายร้อยไร่ กว่าจะทำเรื่องยึดคืน ร้อนไปถึงรัฐบาลต้องตั้งคณะกรรมการระดับชาติพิจารณาหลายรอบ
จากนั้นเล่นแร่แปรธาตุในระดับคณะกรรมการด้วยการอ้างว่าบุคคลหรือเอกชนรายนั้นซื้อขายที่ดินจากประชาชนที่ครอบครองก่อนประกาศเขตป่าสงวนบ้าง พิสูจน์แล้วพิสูจน์เล่าจากรัฐบาลชุดหนึ่งไปยังอีกสองรัฐบาลเรื่องยังไม่ไปไหน
บ้างเรื่องเงียบหายไปเฉยๆ เพราะคนในรัฐบาลมีความสนิทสนมกับนักการเมืองนายทุนรายนั้นทำเหมือนทองไม่รู้ร้อนปล่อยเลยตามเลย สุดท้ายมีการกว้านซื้อขยายพื้นที่กินป่ากันตามอำเภอใจต่อไป
นี่คือเรื่องจริงประเทศไทย
อย่างเวลาที่ทุกท่านเดินทางไปพักผ่อนต่างจังหวัดจะเป็นป่าเขาลำเนาไพร หรือท่องเที่ยวบนเกาะเดินเลาะชายหาด
นอกจากถ่ายเซลฟี่โดยมีฉากหลังเป็นทิวทัศน์ธรรมชาติสวยงาม ต้องมีบ้างที่เคยสนทนาตั้งคำถามทีเล่นทีจริง “เฮ้ย! บ้านหลังงามนั้นไปอยู่บนภูเขาได้ยังไง” “เฮ้ย! โรงแรมนี้ รีสอร์ทนั้น มันยืดออกไปนอกชายหาดได้ยังไง ผิดหรือเปล่าวะ!?!”
หนักกว่านั้น ผ่านไปสองสามปีกลับมาเที่ยวใหม่ เห็นพัฒนาการในพื้นที่เดิมมีบ้านหลายหลังผุดเพิ่มขึ้นบนภูเขา มีการต่อเติมขยายพื้นที่ล้ำเกินชายหาด ชนิดที่ผิดยิ่งกว่าผิดแน่นอน
ระดับสามัญชนอย่างเราท่าน แม้ไม่ได้เก่งกาจด้านกฎหมายที่ดงที่ดิน หรือถึงขนาดต้องใช้เรดาร์พิสูจน์รุกเกาะ ล้ำชายทะเล ต้องมีสำนึกหวงแหนทรัพยากรป่าไม้ธรรมชาติกันบ้างแหละ จึงเกิดคำถามเหล่านี้ออกไป
ความพยายามครอบครองเนรมิตสิ่งต่างๆ อย่างผิดปกติทั้งหลายต่างเกิดขึ้นผ่านสายตาสาธารณะ หาได้ซุกซ่อนอยู่ในหลืบรูแต่อย่างใด
แต่แปลกไหม ที่หน่วยงานดูแลรับผิดชอบกลับไม่ยักเห็นปล่อยให้ถลุงทรัพยากรป่าไม้กันเพลิดเพลิน
สะท้อนกลับมาที่หลายหน่วยงานจริงจังเอาผิดกับการสร้างสนามแข่งรถโบนันซ่าที่บุกรุกที่ดิน ส.ป.ก.กว่า 166 ไร่ใน อ.ปากช่อง โคราช ถ้าไม่ใช่รัฐบาล คสช.จะทวงคืนผืนป่ารวดเร็วขนาดนี้มั้ย
ฉะนั้น จงทำไปอย่าหยุด ยังมีอีกหลายพื้นที่ครอบครองมิชอบรอยึดคืน







