
ลุ้นผลประกอบการไตรมาสแรกไม่ให้แย่ไปกว่าที่คาด
โดย...จิตรา อมรธรรม รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซียไซรัส [email protected]
โดย...จิตรา อมรธรรม รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซียไซรัส [email protected]
ช่วงนี้เริ่มเข้าสู่เทศกาลประกาศผลประกอบการไตรมาส 1/58 อีกครั้ง นำโดยกลุ่มธนาคาร ซึ่งมีธนาคารบางแห่งทยอยส่งงบการเงินไปแล้ว ผิดหวังบ้าง (TMB) สมหวังบ้าง (TISCO) ซึ่งสะท้อนมาที่ราคาหุ้น ปลายสัปดาห์จะเป็นคิวของ DTAC และช่วงสิ้นเดือนจะเป็น SCC, PTTEP, DCC เป็นต้น โดยปกติตลาดหุ้นในช่วงประกาศผลประกอบการมักแกว่งตัวออกด้านข้างแบบน่าเบื่อ เพราะนักลงทุนจะซื้อขายเป็นรายตัวตามผลประกอบการที่ออกมา ไม่มีกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งผลักดันตลาดชัดเจน แต่เนื่องจากตลาดหุ้นก่อนหน้านี้ปรับขึ้นมาแล้ว 90 จุด (จาก Low 1,848 ถึง High 1,575) ขณะที่กำไรไตรมาสแรกของบริษัทจดทะเบียนไม่ใช่สิ่งที่น่าดีใจ ตลาดในระยะถัดไปจึงมีแนวโน้มสูงที่จะพักเหนื่อยบ้าง แต่ไม่ได้น่ากลัวอะไร หลายกิจการยังคงดีแต่ต่อราคาได้
ไตรมาสแรกไม่สดใสสำหรับกลุ่มแบงก์
ในบรรดาธนาคารที่รายงานผลประกอบการแล้ว TMB น่าผิดหวังมากที่สุด สะท้อนมาที่ราคาหุ้นที่ปรับลงถึง 9% หลังจากประกาศงบการเงิน เชื่อว่าส่วนใหญ่เป็นเพราะ TMB เป็นธนาคารเดียวที่ไม่ได้เปิดให้นักวิเคราะห์ทำการคาดการณ์ผลประกอบการ ขณะที่ธนาคารอื่น นักวิเคราะห์ได้พบผู้บริหารและเราก็ได้ปรับประมาณกำไรในปีนี้ลงแล้ว 2-4% ถือว่าลดทอนความคาดหวังแล้วส่วนหนึ่ง สำหรับกำไรของ TMB ที่ต่ำผิดคาดเกิดจากการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญที่เพิ่มเท่าตัว +109% Q-Q, +106% Y-Y และคาดว่ามีการ write off หนี้เสียจำนวนหนึ่ง เราปรับกำไรสุทธิปี 2558 ลง 5% เป็นทรงตัวเท่ากับปีก่อน ลดลงจากเดิมคาดว่าจะมีการเติบโต 6% และปรับราคาพื้นฐานลงเป็น 3.16 บาทจาก 3.40 บาท แม้ว่าราคาหุ้นจะต่ำกว่าพื้นฐาน ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ซื้อได้ แต่คงต้องรอความเชื่อมั่นของนักลงทุนอีกครั้ง ในแง่กราฟทางเทคนิค ราคาหุ้นน่าจะเริ่มรีบาวนด์ประมาณ 2.70 บาทต้นๆ
...แต่ไม่น่าผิดหวังเหมือน TMB
อย่างไรก็ตาม ความน่าผิดหวังแบบ TMB ไม่น่าจะเกิดขึ้นกับธนาคารอื่น เพราะนักวิเคราะห์ได้ปรับลดประมาณการลงไปแล้ว โดยรวมแล้วไตรมาสแรกไม่ใช่ไตรมาสที่สดใสสำหรับกลุ่มธนาคารเพราะการลงทุนมาช้ากว่าคาด สินเชื่อ (ไม่รวม BTMU) คาดว่าจะลดลง 0.5% จากสิ้นปีก่อน การลดอัตราดอกเบี้ยของ กนง. จะส่งผลกระทบต่อส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) ทั้งในไตรมาส 1 และ 2 ของปีนี้ และยังอาจเริ่มเห็น NPL ขยับขึ้น อย่างไรก็ตาม KBANK (ราคาพื้นฐาน 260 บาท) ยังคงเป็นธนาคารที่นักวิเคราะห์ของเราชอบที่สุดในระยะยาวในด้านความสามารถในการบริหารส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย การเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียม และการคุมรายจ่าย (ประกาศกำไรใกล้เคียงคาด เพิ่มขึ้น 24% Q-Q และ 4% Y-Y) ท่านใดชอบปันผล แนะนำ TISCO (ราคาพื้นฐาน 56 บาท) แม้ยังไม่มีจุดเด่น แต่ราคาถูกและให้ผลตอบแทนจากเงินปันผล 4.3% ต่อปี (จ่ายปันผล 2 บาท XD 28 เมษายนนี้)
กลุ่มพลังงานดีขึ้นเพียงเพราะขาดทุนจากสต็อกลดลง
ตลาดหุ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา (มี 2 วันทำการ) ปรับขึ้นจากกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ขณะที่มีการพูดกันว่าผลประกอบการจะออกมาดี แต่เรากลับมองว่าราคาหุ้นส่วนใหญ่ในปัจจุบันเต็มมูลค่าแล้ว (ยกเว้น PTTEP และ IVL ที่ยังพอมี upside อีกเล็กน้อย) จึงยังไม่แนะนำซื้อกลุ่มนี้ สำหรับกำไรที่คาดว่าจะออกมาดี เป็นเพราะไตรมาสนี้ไม่ได้ขาดทุนจากสต็อกน้ำมันดิบมโหฬารเหมือนไตรมาสที่ผ่านมาเท่านั้นเอง แต่ผลการดำเนินงานของธุรกิจหลักค่อนข้างทรง ยังไม่น่าสนใจ หากจะลงทุน ต่อราคามากๆได้
ยังชอบกลุ่มไฟแนนซ์
กลุ่มสายการบินที่คาดว่าผลประกอบการไตรมาสแรกจะออกมาดีเพราะเป็นฤดูกาลท่องเที่ยว แต่ติดที่ยังแก้ปัญหาการบินไม่ได้และอาจล่าช้าไม่ทันตามกำหนดของ ICAO เป็นประเด็นสำคัญกดดันราคาหุ้นต่อไป จึงเหลือเพียงกลุ่มไฟแนนซ์ที่น่าสนใจเพราะได้รับอานิสงส์จากอัตราดอกเบี้ยในตลาดที่ต่ำลงจากปีก่อน เรายังคงชอบ MTLS (ราคาพื้นฐาน 25 บาท) และ GL (ราคาพื้นฐาน 15 บาท) และยังได้ประโยชน์จากความต้องการสินเชื่อของกลุ่มลูกค้าระดับรากหญ้าที่เข้าถึงสถาบันการเงินยาก







