
ล้างธุรกิจขอทาน
เมื่อประเทศไทยเป็นประเทศที่ผู้คนมีพื้นฐานจิตใจอ่อนโยน ขี้สงสาร จึงเป็นสถานที่ที่มิจฉาชีพมาอาศัยหาช่องทางในการแสวงหาผลประโยชน์
โดย...เลอลักษณ์ จันทร์เทพ
เมื่อประเทศไทยเป็นประเทศที่ผู้คนมีพื้นฐานจิตใจอ่อนโยน ขี้สงสาร จึงเป็นสถานที่ที่มิจฉาชีพมาอาศัยหาช่องทางในการแสวงหาผลประโยชน์ จึงมักจะเห็นภาพของคนพิการจริงบ้าง พิการหลอกบ้าง คนแก่ คนท้อง แม่ลูกอ่อนหอบลูกนั่งข้างทางริมฟุตปาท บนสะพานลอย เดินตามตลาดสด ย่านท่องเที่ยวผู้คนพลุกพล่าน เต็มท้องถนน เพื่อทำ “ธุรกิจขอทาน”
ก่อนหน้านี้ มีความพยายามปราบปรามคนขอทานอย่างจริงจัง และตรวจสอบพบว่าคนขอทานส่วนใหญ่ไม่ใช่คนไทย แต่เป็นเพื่อนบ้านใกล้เคียงที่เข้ามาอาศัยพื้นที่ความใจดี หาเงินในเมืองไทยได้เงินเป็นกอบเป็นกำ สร้างรายได้แต่ละเดือนไม่น้อยเลยทีเดียว
ในที่สุด ปัญหานี้ได้เข้าถึงที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ควบคุมการขอทาน กำหนดห้ามให้ทำการขอทาน เพื่อจัดระเบียบเกี่ยวกับการสงเคราะห์และการควบคุมการเล่นดนตรี และการแสดงความสามารถในที่สาธารณะ แม้มิให้ถือว่าเป็นการขอทาน แต่ต้องมีการขออนุญาตให้ชัดเจน พร้อมกำหนดให้บุคคลซึ่งกระทำการใดๆ ให้ผู้อื่นกระทำการขอทาน ต้องได้รับโทษทางอาญา เพื่อเป็นการคุ้มครองสวัสดิภาพบุคคลมิให้เป็นเครื่องมือในการแสดงหาผลประโยชน์ เพราะการขอทานเป็นรูปแบบการค้ามนุษย์อย่างหนึ่ง
ร่างกฎหมายฉบับนี้ บังคับกลุ่มบุคคลต่างด้าวที่เข้ามาขอทาน ทั้งที่เป็นเด็ก ผู้สูงอายุ คนวิกลจริต คนพิการ หรือคนทุพพลภาพ หรือผู้เจ็บป่วย ให้ส่งกลับประเทศต้นทาง หากเป็นคนไทยให้มีการฝึกอบรมอาชีพ สามารถกลับมาดำรงชีพในสังคมได้
แต่ขอทุบโต๊ะเลยว่า การแก้ปัญหาขอทานได้ ใช่แค่เพียงออกกฎหมายเข้มงวด เขียนบทลงโทษให้หนัก แต่รัฐบาลต้องกำจัดจุดอ่อนกวาดล้าง “กลุ่มอิทธิพล” ที่ใช้ช่องทางหารายได้จากเศษเงินเล็กๆ น้อยๆ แต่กลับสร้างรายได้มหาศาลจนกลายเป็น “ธุรกิจขอทาน” ซึ่งเป็นหนึ่งของวงจรธุรกิจสีเทา มิเช่นนั้นแล้วกฎหมายที่ออกมาจะเป็นแค่เขียนเสือให้วัวกลัวเท่านั้น







