
ประชามติ
หากยืนตามปฏิทินการเมืองของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย
หากยืนตามปฏิทินการเมืองของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่จะส่งมอบประเทศผ่านการเลือกตั้งในช่วงเดือน ก.พ. 2559 ต้องถือว่าเวลาการทำงานของ คสช.เหลือน้อยลงไปทุกที
เวลาที่เหลือของ คสช.ไม่สามารถหลีกเลี่ยงเสียงวิจารณ์ในเรื่องการทำงานไปได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการปฏิรูปประเทศและการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ คสช.และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องรับฟังอย่างเข้าใจ
สิ่งหนึ่งที่ คสช.ต้องพิจารณาเพื่อสร้างหลักประกันการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริงในทางการเมือง คือ การทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
การทำประชามติเป็นเครื่องมือเดียวที่จะนำไปสู่ความเป็นรูปธรรมว่าประชาชนคิดอย่างไรกับการปฏิรูปประเทศในครั้งนี้ และแต่ละฝ่ายจะได้เลิกอ้างคำว่าประชาชนแบบลอยๆ เหมือนที่ผ่านมา
คุณูปการของการทำประชามติเคยปรากฏกับรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 มาแล้ว จากการที่พรรคเพื่อไทยจะพยายามใช้เสียงข้างมากแก้ไขรัฐธรรมนูญบางมาตราเพื่อนำไปสู่การยกร่างใหม่ทั้งฉบับ แต่ไม่สำเร็จเพราะศาลรัฐธรรมนูญได้วางหลักว่าในเมื่อรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 ผ่านการทำประชามติ หากจะมีการแก้ไขที่อาจเป็นการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับก็ควรต้องมีการทำประชามติก่อน
ดังนั้น ถ้าร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ผ่านการทำประชามติย่อมเป็นการสร้างสัญลักษณ์ในทางการเมือง ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นรัฐธรรมนูญที่มาจากความเห็นร่วมของประชาชนทั้งประเทศโดยตรง และฝ่ายตรงข้ามจะไม่สามารถกล่าวหารัฐธรรมนูญในทางเสียหายได้อีก
แต่หากการทำประชามติไม่เกิดขึ้น ทุบโต๊ะเลยว่าจะเป็นรอยด่างใหญ่ของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แม้ว่าภายในจะมีเนื้อหาสวยงามก็ตาม







