
จะได้คนดีไหม
เนื้อหาหน้าตาของร่างรัฐธรรมนูญเวอร์ชั่นยุค คสช. ที่คณะกรรมาธิการเผยโฉมออกมาเมื่อวันสองวันนี้มันทำให้ e-ช้าน...ยังงงๆ อยู่หลายประเด็น
โดย...e-ช้าน [email protected]
เนื้อหาหน้าตาของร่างรัฐธรรมนูญเวอร์ชั่นยุค คสช. ที่คณะกรรมาธิการเผยโฉมออกมาเมื่อวันสองวันนี้มันทำให้ e-ช้าน...ยังงงๆ อยู่หลายประเด็น
ไม่รู้ว่าจะดีกว่าของเดิมยังงัย เราจะได้ สส.น้ำดีมากกว่าการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านๆ มามากน้อยแค่ไหน...แบบว่าไม่มั่นใจเอาเสียเลย
e-ช้าน...ขอยกตัวอย่างมาเล่าสู่กันฟัง เรื่อง “ไพรมารีโหวต” หรือเรียกเป็นทางการว่าการหยั่งเสียงประชาชน ซึ่งเป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับพรรคการเมือง สาระสำคัญของเรื่องนี้ก็คือในการพิจารณาส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. ทั้งระบบแบ่งเขตเลือกตั้งและบัญชีรายชื่อ...ต้องมีการหยั่งเสียงประชาชนในเขตเลือกตั้งหรือในภาคตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองด้วย
แปลความชัดๆ คือหลังจากยกร่างรัฐธรรมนูญเสร็จจะต้องมีการออกกฎหมายลูกอีกหลายฉบับ รวมถึงเรื่องไพรมารีโหวตนี้ด้วย เพื่อกำหนดรายละเอียดที่มาของ สส.
การหยั่งเสียงในหมวดนี้ ก็เพื่อให้พรรคการเมืองมีความเข้มแข็ง ให้พรรคการเมืองเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง...อุต๊ะ!!! มันเท่มาก
ที่ถือเป็นไฮไลต์อีกประเด็นก็คือมีการกำหนดให้ “กลุ่มการเมือง” สามารถส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งได้ด้วย
อย่างนี้ผู้ที่มีเฮ...ทั้งกลุ่มเสื้อแดง เสื้อเขียว เสื้อเหลือง กปปส. ฯลฯ ไม่ต้องไปขัดขวางการเลือกตั้งกันให้เมื่อย แต่ไปรวมกลุ่มกันเพื่อส่งผู้สมัครแข่งกับพรรคการเมือง ไปทำไพรมารีโหวตเพื่อสรรหาตัวแทนที่ดีที่สุด
แต่พอลงมือทำจริง e-ช้าน...ไม่รู้ว่าจะได้ว่าที่ผู้สมัคร สส.คนดีกันแค่ไหน
เรื่องของเรื่องก็คือ ที่ผ่านมาผู้มีอำนาจในพรรคไม่กี่คนหรือเพียงคนเดียวเป็นผู้ใช้อำนาจเลือกผู้สมัครเองทั้งหมด ยกตัวอย่าง พรรคไทยรักไทย พรรคเพื่อไทยในอดีตอันรุ่งเรืองผู้ที่เป็นเจ้าของพรรค คือ คุณทักษิณ เครือญาติและหัวหน้าก๊วนการเมืองได้สัดส่วนผู้สมัครไปให้ประชาชนในพื้นที่เลือก
พอชนะการเลือกตั้งเสียงข้างมากมาจัดตั้งรัฐบาลก็มีการแบ่งโควตารัฐมนตรีกันตามสัดส่วนก๊วนต่างๆ ที่มีข่าวตบตีแย่งเก้าอี้รัฐมนตรีกันสาเหตุก็มาจากเรื่องนี้แหละ
ที่ e-ช้าน...เล่ามาก็คือ กรรมาธิการยกร่างต้องการแก้ปัญหา เรื่อง “เผด็จการในระบบพรรค” ซึ่งที่ยกตัวอย่างมาไม่ได้หมายความว่าในประชาธิปัตย์ไม่มีนะ ก่อนนี้ อลงกรณ์ พลบุตร เป็นหัวหมู่ทะลวงฟันผลักดันให้มีไพรมารีโหวต แต่เป็นเสียงข้างน้อยจนยอมถอยออกจากพรรคมาอยู่ สปช.
ไล่มาเสียยาวไม่รู้ว่าคณะกรรมาธิการจะทำให้เจตนารมณ์เป็นจริงหรือไม่ สังคมไทยจะได้ผู้แทนที่ดีและผู้นำการเมืองที่ดีจริงๆ (ซะที) เมื่อใด
ตัวเลขที่กำหนดออกมาจะให้มี สส.ไม่น้อยกว่า 450 คน แต่ไม่เกิน 470 คน แบ่งเป็น สส.ระบบแบ่งเขต 250 คน และแบบบัญชีรายช่ื่อไม่น้อยกว่า 200 คน แต่ไม่เกิน 220 คน
จะได้คนดีสักกี่คน...เวลานี้ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งสำคัญสุด







