ความสำเร็จชั่วข้ามคืน ตอนที่ 2
โดย ภาววิทย์ กลิ่นประทุม ที่ปรึกษาการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน)
โดย ภาววิทย์ กลิ่นประทุม ที่ปรึกษาการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน)
วันนี้คนคุยเรื่อง “อยากมีธุรกิจส่วนตัว” กันเยอะ ..จริงๆ ผมอยากถามว่า ที่อยากมีธุรกิจส่วนตัว เพื่ออะไร ..เพราะจริงๆ ผลลัพธ์มันมี 2 อย่าง คือ หนึ่ง ทำแล้วรวย กับ สอง ทำแล้วจน ..แต่ไอ้ที่ได้แน่ๆเลย จากการมีธุรกิจส่วนตัวคือ “ได้ทำงานหนัก”
เฮ้ย!! ที่มาทำธุรกิจส่วนตัวนึกกว่าจะได้ อิสรภาพ “Freedom” ...เคยเห็นคนเขาพูดๆ กันว่า “ลาออกมาทำสิ่งที่รัก” ..นึกว่า ลาออกแล้วจะมาทำสิ่งที่รัก มีอิสระชีวิต
ตลกเด็กครับ !! พวกนั้น คือ มนุษย์โลกสวย ..โลกโคตรสวยเลย ลาออกจากงานประจำมาทำสิ่งที่รัก ..จริงเหรอ ..ถ้ามันง่ายแบบนั้น เด็กทุกคนคงรวยอ่ะ
แต่ความจริงคือ คนที่ออกจากงานประจำ มีอิสระน้อยลง ต้องทำงานหนักขึ้น และ ที่เด็ดที่สุดคือ ส่วนใหญ่รายได้ลดลง ..แล้วบทสรุปของคนเหล่านี้ ก็ปลอบใจตัวเองว่า ก็ยอมมีรายได้ลดลงเพื่อแลกกับอิสรภาพเป็นนายตัวเอง ..จริงเหรอ ?
ผมเห็นแต่เจ้าของกิจการมีนายที่โหดกว่าเดิมทั้งนั้น ..นายที่ว่าคือ “ลูกค้า” ..เดี๋ยวนี้ถามจริงๆ ลูกค้าเอาใจง่ายหรือ ? ..ผมว่า เดี๋ยวนี้ลูกค้าโหดกว่า เจ้านายที่ทำงานอีก ..สั่งอาหารมาช้า หรือ ทำอาหารให้ผิด เสริฟช้า ไม่ดูแล ไม่สนใจลูกค้า ..คุณจะพบปัญหาถึงชีวิต เพราะ นอกจากจะโดนวีนแตกในร้านแล้ว คุณจะได้รับการ Review ร้านขึ้น Internet แฉความห่วยของร้านคุณ -- เอาล่ะ ลองคิดใหม่ว่า เจ้าของธุรกิจในยุคนี้มันมีอิสรภาพจริงเหรอ ..มันทำงานน้อยลงจริงเหรอ
ใช่!! การเป็นเจ้าของธุรกิจมันตรงข้าม เพราะขั้นแรกของการลาออกจากงานประจำคือ หนึ่ง รายได้ลดลง สอง อิสรภาพลดลง เพราะ คุณจะกลายเป็นธุรกิจ ทำงาน 7 วัน ..ถึงไม่ทำงาน 7 วัน แต่เรื่องธุรกิจจะอยู่ในสมองคุณตลอดเวลา 7 วัน และ สาม คุณจะเครียดขึ้น เพราะ ธุรกิจวันนี้แข่งขันสูงขึ้น เพื่อสนองตอบความต้องการของลูกค้าที่เป็นพระเจ้าในยุคนี้ ..นับวันลูกค้า ยอมจ่ายน้อยลง และ ต้องการมากขึ้นเรื่อยๆ
พูดแล้วหลายๆคนเริ่มเห็นภาพว่า “New Gen Dream” ของการเป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัวมันไม่ได้สวยหรู ...แต่ถ้าไม่เป็นเจ้าของธุรกิจ แล้วก้มหน้าห้มตาเป็นลูกจ้าง ก็ไม่มีทางลืมตาอ้าปากได้ เพราะ ทำงานเท่าไหร่ลูกจ้างก็จน
จริงเหรอ ? ..คุณว่าลูกจ้างทุกคนจนจริงเหรอ ..แล้วคุณทราบไหมว่า มีลูกจ้างบางคนที่ไม่ต้องเข้างานแบบ 9-5 เข้าเมื่อไหร่ก็ได้ ..ไม่ต้องตรอกบัตร ..ไม่มีก้มหน้าก้มตาทำงานตามคำสั่ง แต่ตรงข้าม ลูกจ้างเหล่านี้กำหนดโจทย์ให้หัวหน้าทำตาม ..บ้า !! มีด้วยหรือ
ลูกจ้างเหล่านี้ ไม่เคยตกงาน เพราะ ทุกองค์กรแย่งตัวจ่ายเงินเดือนให้เขาสูงๆ ... “เงินเดือนก็โคตรแพง แต่ใครๆก็แย่งตัวอยากให้ไปทำงานด้วย” ..คนเหล่านี้ ไม่ต้องนั่งไหว้ลูกค้าเป็นพระเจ้า เจ้านายต่างหากที่อ้อนวอนอยากให้เขาทำงานให้ ...แม่เจ้า !! ลูกจ้างแบบนี้ มีในโลกด้วยหรือ ?
ลูกจ้างที่ผมเล่าให้ฟัง คือ เพื่อนผมหลายๆคนที่ผมรู้จัก ...เขาไม่ใช่เจ้าของธุรกิจ แต่เขามีการลงทุนที่สร้าง Passive Income แบบชนิดที่ว่า เลิกทำงานก็ยังมีเงินไหลเข้ามาทุกเดือนมากกว่าเงินเดือนปกติ ..แต่ที่เขาทำงานเพราะ เขาชอบงานนั้น ...เขาเป็นคนคิดกลยุทธ์ให้องค์กร หัวหน้าต้องฟังเขา เพราะคนเหล่านี้เก่งสุดๆ ...เพื่อนๆผมเหล่านี้ ทำงานแบบไม่ต้องเข้า Office ..มันว่างทุกครั้ง ...และที่น่าหมั่นไส้มากๆ คือ มันบอกว่า “บริษัทจ่ายเงินประจำ แต่มันไม่ต้องทำงานประจำ” ...ไอ้แสรดดดด เอ็งเกิดมาโชคดีจริงๆ เพื่อนเอ๋ย !!
คุณรู้ไหมเพื่อนผมเหล่านี้ เขาตอบว่า ทั้งหมด ไม่ใช่โชค เขา Plan วางแผนให้มันเกิดขึ้น ...โอ้โห !! ฟังแล้วน่าเตะมากๆ ทำไมชีวิตมันช่างตรงข้ามกับคนส่วนใหญ่
ที่ยกเอาเรื่อง ลูกจ้าง กับ เจ้าของธุรกิจมาเทียบกันให้ดู เพื่อให้เห็นว่า จริงๆ ประเด็นมันไม่อยู่ที่ว่าเป็นเจ้าของธุรกิจแล้วต้องรวย หรือ เป็นลูกจ้างแล้วต้องจน ..ไม่ใช่เลย
ทั้งเจ้าของธุรกิจ และ ลูกจ้าง ส่วนใหญ่ซวย ก็เหมือนกับ คนส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม คนส่วนใหญ่ก็จนเสมอ ..ดังนั้น ประเด็นที่จะยกระดับชีวิต คือ การเปลี่ยนคำถามให้กับชีวิตใหม่ ..เพราะคนส่วนใหญ่มัวแต่ถามว่า เมื่อไหร่จะมีธุรกิจส่วนตัว ซึ่งบอกตรงๆ ไม่ใช่ประเด็น
สิ่งสำคัญกว่า คือ ทำว่า “เราทำสิ่งนี้ไปเพื่ออะไร”
ใช่ครับ !! ทุกคนที่รวยเร็ว และ ประสบความสำเร็จเร็ว ทั่วโลก คือ คนที่ตอบได้อย่างชัดเจนว่า สิ่งที่เขาทำอยู่ทำไปเพื่ออะไร ...ไหนลองทดสอบ คุณลองตอบซิครับว่า วันนี้คุณทำงานที่คุณทำเพื่ออะไร ?
คำตอบของคนทั่วไป ก็คือ ทำเพื่อลูก ..เพราะ ชีวิตมันหมดทางแก้ไข สิ้นหวังก็เลยผลักความรับผิดชอบไปให้ลูกต้องดีกว่าตัวเอง ..เอางี้ไหม เปลี่ยนความคิดแล้ว ยกระดับที่ตัวเอง คุณก็ส่วนคุณ ลูกก็ส่วนลูก ทุกคนมีความคิด ทุกคนมีความฝัน ทุกคนมีเป้าหมาย ให้คนแต่ละคนเขากำหนดเอง ..เราก็แค่กำหนดของเรา
ถ้าอยากรวยเร็ว จงลงทุนกับ ความรู้ และ ประสบการณ์ ...ซึ่ง ความรู้และประสบการณ์เด็ดๆ มันต้องหาในวิกฤต ..คุณไปดูเลย สุดยอด CEO ผู้บริหาร ระดับโลก ทุกคนคือ Trouble Shooter ..เขาคือ คนที่ถูกส่งไปแก้ทุกปัญหา ..ใช่ครับ “อะไรง่ายๆ ให้คนอื่นทำ ..อะไรยากๆ ให้กรู” ..นี่แหละ คนรวยและสำเร็จเร็ว !!







